ICAP — ระบบข้อมูลศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเชิงรุก
ระบบติดตามข้อมูลศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาลทั่วประเทศ ที่ใช้การเรียนรู้ผ่านการเล่นแบบเด็กเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้เด็กทุกคนพัฒนาศักยภาพได้ด้วยต้นทุนต่ำแต่ได้ผลตอบแทนสูง
การเรียนรู้ผ่านการเล่น เพื่อความเป็นธรรมและเท่าเทียม
Integrated Child-Centered Active Learning Project (ICAP) หรือโครงการพัฒนาเด็กปฐมวัยที่บูรณาการการเรียนรู้ผ่านการเล่น โดยยึดเด็กเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เด็กทุกคนได้รับโอกาสพัฒนาศักยภาพด้วยต้นทุนต่ำแต่ได้ผลตอบแทนสูง มีความเป็นธรรมและเท่าเทียม ตามหลักสูตรปฐมวัยแห่งชาติ 2560 และแนวทาง HighScope/RIECE Thailand
จากโครงการภาคสนาม สู่ระบบติดตามผลดิจิทัล
โครงการเริ่มดำเนินงานในพื้นที่ตั้งแต่ราวปี 2558-2559 ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในลพบุรี ก่อนขยายไปทั่วประเทศ ผ่าน 2 รูปแบบหลัก — Model A (โค้ชเต็มรูปแบบ ลงพื้นที่ราว 10 วัน พร้อมสื่อการเรียนรู้กว่า 300 ชิ้น และปรับปรุงห้องเรียน) และ Model B (เรียนรู้ด้วยตนเอง มีการให้คำปรึกษาออนไลน์) ปัจจุบันมีระบบดิจิทัลติดตามพัฒนาการเด็กผ่าน DSPM และ EF ให้ผู้เกี่ยวข้องเห็นความคืบหน้าได้แบบเรียลไทม์
สองรูปแบบการดำเนินงาน
Model A (โค้ชลงพื้นที่เต็มรูปแบบ ปรับห้องเรียน สื่อการเรียนรู้ 300+ ชิ้น) และ Model B (เรียนรู้ด้วยตนเอง มีให้คำปรึกษาออนไลน์)
ประเมินและปรับสภาพแวดล้อม
ประเมินห้องเรียน จัดหาสื่อ/ของเล่น/หนังสือ ฝึกอบรมครูให้เป็นผู้อำนวยการเรียนรู้แทนผู้ควบคุม
ติดตามผลด้วย DSPM และ EF
ติดตามพัฒนาการเด็กผ่าน DSPM 5 ด้าน (กล้ามเนื้อมัดใหญ่/เล็ก ภาษา สังคม) และ EF 5 ด้าน (การยับยั้ง ความยืดหยุ่น ควบคุมอารมณ์ ความจำใช้งาน วางแผน)
เครือข่ายความร่วมมือ
ประสานงานผ่านเครือข่ายพันธมิตรหลากประเภท ทั้งโรงพยาบาลชุมชน กสศ. พอช. กรมกิจการเด็กและเยาวชน และภาคเอกชน
ตัวเลขข้างต้นมาจากระบบติดตามผลดิจิทัลของ ICAP ซึ่งเพิ่งเริ่มใช้งานเมื่อปลายปี 2568 จึงครอบคลุมเฉพาะรุ่นล่าสุด ส่วนตัวเลขสะสมทั้งโครงการตั้งแต่เริ่มดำเนินงาน (ข้อมูล ณ 31 ธ.ค. 2568 จากมูลนิธิยุวพัฒน์ ผู้สนับสนุนหลัก) สูงกว่านี้มาก — 788 ศูนย์ฯ 1,107 ห้องเรียนสะสม ครูอบรมสะสม 2,360 คน เด็กที่ได้รับการพัฒนาสะสม 25,675 คน ตั้งแต่เริ่มโครงการปี 2559 ครอบคลุม 74 จังหวัด ตัวเลขทั้งสองชุดต่างขอบเขตกัน (ระบบดิจิทัลล่าสุด vs. สะสมทั้งโครงการ 10 ปี) จึงนำเสนอแยกกัน ไม่รวมเป็นตัวเลขเดียว
ผู้สนับสนุนหลัก
มูลนิธิยุวพัฒน์ (Yuvabadhana Foundation)
พัฒนาและดูแลระบบ
ChangeFusion (deepmatters)
เครือข่ายพันธมิตรภาคสนาม
โรงพยาบาลชุมชน, กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.), สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.), กรมกิจการเด็กและเยาวชน, องค์กรปกครองท้องถิ่น และภาคเอกชน
แนวทางวิชาการ
HighScope และ RIECE Thailand
ผู้ก่อตั้งโครงการตั้งเป้าระยะยาวไว้ที่ 10,000 ศูนย์ฯ ทั่วประเทศ โดยมองว่าต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่ายมากกว่าการสั่งการจากบนลงล่าง (เป้าหมายที่ผู้ก่อตั้งระบุเอง ไม่ใช่แผนงานที่ประกาศอย่างเป็นทางการบนเว็บไซต์) งานวิจัยประเมินผลจาก TDRI (ก.พ. 2569) แนะนำให้ผนวกข้อมูล DSPM/EF เข้าสู่ระบบสารสนเทศระดับชาติ และสร้าง"ศูนย์ต้นแบบ" เพื่อขยายผลเชิงคุณภาพต่อไป
0 รายการ
ทุกรายการที่ทีมพื้นที่บันทึกไว้ เรียงจากล่าสุด
ยังไม่มีบันทึกในโครงการนี้
เราช่วยอะไร
คุณได้บ้าง
เลือกคำถามที่ตรงกับบทบาทของคุณ คำตอบสรุปจากบันทึกการทำงานจริงของเรา และคุยต่อกับทีมงานได้จากทุกการ์ด
งานนี้สร้างการเปลี่ยนแปลงอะไร และรู้ได้อย่างไรว่าได้ผล?
ICAP ติดตามการพัฒนาการของเด็กผ่าน DSPM และ EF และมีตัวเลขศูนย์ ห้องเรียน ครู และเด็กในระบบ แต่ยังไม่มีบันทึกยืนยันผลพัฒนาการที่เกิดจากโครงการโดยตรง
ICAP ตั้งเป้าให้เด็กปฐมวัยได้รับโอกาสพัฒนาศักยภาพอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม ผ่านการเรียนรู้โดยใช้การเล่นและยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง โครงการนี้ ปัจจุบันมีระบบดิจิทัลติดตามพัฒนาการผ่าน DSPM และ EF เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องเห็นความคืบหน้าได้แบบเรียลไทม์ โครงการนี้
ตัวเลขจากระบบติดตามผลดิจิทัลที่เริ่มใช้เมื่อปลายปี 2568 ได้แก่ 785 ศูนย์ฯ 650 ห้องเรียน ครูที่ผ่านการอบรม 1,345 คน และเด็กที่อยู่ระหว่างติดตามพัฒนาการ 5,780 คน โครงการนี้ ส่วนตัวเลขสะสมทั้งโครงการ ณ 31 ธ.ค. 2568 ได้แก่ 788 ศูนย์ฯ 1,107 ห้องเรียน ครูอบรมสะสม 2,360 คน และเด็กที่ได้รับการพัฒนาสะสม 25,675 คน ครอบคลุม 74 จังหวัด โดยตัวเลขสองชุดมีขอบเขตต่างกัน โครงการนี้
เรายังไม่มีบันทึกยืนยันว่าพัฒนาการของเด็กเปลี่ยนแปลงไปเท่าใดจากการเข้าร่วม ICAP หรือผลที่วัดได้เกิดจากโครงการโดยตรง
งานนี้ทำอย่างไร และได้บทเรียนอะไรที่นำไปใช้ต่อได้?
เราใช้การเรียนรู้ผ่านการเล่น ประเมินและปรับห้องเรียน ฝึกครู และติดตาม DSPM กับ EF โดยมีสองรูปแบบให้ดำเนินงาน แต่ยังไม่มีบันทึกบทเรียนหรือความล้มเหลวที่สรุปไว้โดยตรง
ICAP ใช้การเรียนรู้ผ่านการเล่นโดยยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง ตามหลักสูตรปฐมวัยแห่งชาติ 2560 และแนวทาง HighScope/RIECE Thailand โครงการนี้ การทำงานมีสองรูปแบบ คือ Model A ซึ่งมีโค้ชลงพื้นที่ ปรับห้องเรียน และใช้สื่อการเรียนรู้ กับ Model B ซึ่งให้เรียนรู้ด้วยตนเองและมีการให้คำปรึกษาออนไลน์ โครงการนี้
ในพื้นที่มีการประเมินห้องเรียน จัดหาสื่อ ของเล่น และหนังสือ พร้อมฝึกครูให้เป็นผู้อำนวยการเรียนรู้แทนผู้ควบคุม โครงการนี้ การติดตามพัฒนาการทำผ่าน DSPM และ EF และระบบดิจิทัลช่วยให้ผู้เกี่ยวข้องเห็นความคืบหน้าได้แบบเรียลไทม์ โครงการนี้
สิ่งที่นำไปพิจารณาต่อได้จากรูปแบบงานคือมีทั้งทางเลือกที่ลงพื้นที่เข้มข้นและทางเลือกที่เรียนรู้ด้วยตนเอง พร้อมใช้การติดตามพัฒนาการประกอบ โครงการนี้ อย่างไรก็ตาม เรายังไม่มีบันทึกบทเรียนที่สรุปว่าแต่ละรูปแบบได้ผลต่างกันอย่างไร หรือมีข้อผิดพลาดใดที่ควรหลีกเลี่ยง
แนวทางนี้เหมาะกับพื้นที่แบบไหน และต้องมีอะไรบ้างจึงจะเริ่มในพื้นที่ของเราได้?
ICAP เริ่มจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในลพบุรีก่อนขยายทั่วประเทศ และมีทั้งรูปแบบโค้ชลงพื้นที่กับเรียนรู้ด้วยตนเอง แต่ยังไม่มีบันทึกเกณฑ์เลือกพื้นที่หรือข้อกำหนดขั้นต่ำในการเริ่มงาน
ICAP เริ่มดำเนินงานในพื้นที่ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในลพบุรีช่วงราวปี 2558-2559 ก่อนขยายไปทั่วประเทศ โครงการนี้ โครงการมีเป้าหมายให้เด็กทุกคนได้รับโอกาสพัฒนาศักยภาพอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม ผ่านการเรียนรู้โดยใช้การเล่นและยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง โครงการนี้
การดำเนินงานมี Model A ซึ่งโค้ชลงพื้นที่ ปรับห้องเรียน และจัดสื่อการเรียนรู้ กับ Model B ซึ่งเน้นการเรียนรู้ด้วยตนเองและมีคำปรึกษาออนไลน์ โครงการนี้ แนวทางในพื้นที่ยังประกอบด้วยการประเมินสภาพห้องเรียน จัดหาสื่อ ของเล่น และหนังสือ ฝึกครูให้เป็นผู้อำนวยการเรียนรู้ และติดตามพัฒนาการเด็กผ่าน DSPM และ EF โครงการนี้
เครือข่ายที่ประสานงานมีทั้งโรงพยาบาลชุมชน กสศ. พอช. กรมกิจการเด็กและเยาวชน องค์กรปกครองท้องถิ่น และภาคเอกชน โครงการนี้ เรายังไม่มีบันทึกว่าเงื่อนไขด้านพื้นที่ จำนวนบุคลากร งบประมาณ หรือทรัพยากรขั้นต่ำที่จำเป็นต่อการเริ่ม ICAP มีอะไรบ้าง
มีวิธีการหรือเครื่องมืออะไรที่เริ่มใช้ได้เลย?
เครื่องมือที่ใช้ในงานมีการประเมินห้องเรียน การจัดสื่อและของเล่น การฝึกครู และการติดตามผ่าน DSPM กับ EF แต่ยังไม่มีบันทึกวิธีเข้าถึงหรือขั้นตอนเริ่มใช้เครื่องมือเหล่านี้ทันที
เครื่องมือใน ICAP เริ่มจากการประเมินห้องเรียนและปรับสภาพแวดล้อม โดยจัดหาสื่อการเรียนรู้ ของเล่น และหนังสือให้เหมาะกับการเรียนรู้ผ่านการเล่น โครงการนี้ อีกส่วนคือการฝึกครูให้ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการเรียนรู้ แทนการเป็นผู้ควบคุมเด็ก โครงการนี้
สำหรับการติดตามพัฒนาการ โครงการใช้ DSPM 5 ด้าน และ EF 5 ด้าน โดยระบบดิจิทัลช่วยให้ผู้เกี่ยวข้องเห็นความคืบหน้าได้แบบเรียลไทม์ โครงการนี้ รูปแบบการดำเนินงานมีทั้ง Model A ที่มีโค้ชลงพื้นที่ ปรับห้องเรียน และใช้สื่อการเรียนรู้ กับ Model B ที่เรียนรู้ด้วยตนเองและมีการให้คำปรึกษาออนไลน์ โครงการนี้
ตัวเลขล่าสุดบนระบบติดตามผลระบุว่ามี 785 ศูนย์ฯ 650 ห้องเรียน ครูผ่านการอบรม 1,345 คน และเด็กอยู่ระหว่างติดตามพัฒนาการ 5,780 คน โครงการนี้ เรายังไม่มีบันทึกขั้นตอนเข้าถึงระบบ DSPM หรือ EF คู่มือการนำเครื่องมือไปใช้ หรือวิธีเริ่มดำเนินงานที่พร้อมใช้ได้ทันที
งานนี้เชื่อมกับปัญหาเชิงระบบอย่างไร และต้องการความร่วมมือแบบไหน?
ICAP เชื่อมการพัฒนาเด็กกับระบบรอบตัวผ่านครู ศูนย์เด็กเล็ก บุคลากรสาธารณสุข และแหล่งทุน โดยอาศัยเครือข่ายหลายภาคส่วนและระบบติดตามพัฒนาการ
ICAP มองการพัฒนาเด็กปฐมวัยเป็นเรื่องที่ต้องทำร่วมกัน ไม่ใช่เพียงการจัดการเรียนรู้ในห้องเรียน โดยใช้การเรียนรู้ผ่านการเล่นและติดตามพัฒนาการเด็กผ่าน DSPM และ EF โครงการนี้ ระบบดิจิทัลช่วยให้ผู้เกี่ยวข้องเห็นความคืบหน้าแบบเรียลไทม์ ขณะที่แนวทางทำงานกับสภาพแวดล้อมรอบเด็ก ทั้งการปรับห้องเรียนและพัฒนาบทบาทครู โครงการนี้
เครือข่ายที่เกี่ยวข้องมีโรงพยาบาลชุมชน กสศ. พอช. กรมกิจการเด็กและเยาวชน องค์กรปกครองท้องถิ่น และภาคเอกชน โดยมีมูลนิธิยุวพัฒน์เป็นผู้สนับสนุนหลัก และ ChangeFusion (deepmatters) พัฒนาและดูแลระบบ โครงการนี้ แนวทางนี้สอดคล้องกับโจทย์สุขภาวะเด็กและเยาวชนที่ต้องอาศัยความร่วมมือข้ามภาคส่วน ทั้งโรงเรียน ครู บุคลากรสาธารณสุข และแหล่งทุน เพื่อครอบคลุมพัฒนาการทั้งกาย ใจ สังคม และสติปัญญา ประเด็นเด็ก เยาวชน และสุขภาวะ
ผู้ก่อตั้งโครงการระบุเป้าหมายระยะยาวไว้ที่ 10,000 ศูนย์ฯ และมองว่าต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่ายมากกว่าการสั่งการจากบนลงล่าง โดยเป้าหมายนี้ไม่ใช่แผนงานที่ประกาศอย่างเป็นทางการบนเว็บไซต์ โครงการนี้
