ช่างชุมชน (Grassroots Innovators)
โครงการค้นหา บ่มเพาะ และให้ทุนตั้งต้นแก่ช่างชุมชนทั่วประเทศ ที่คิดค้นสิ่งประดิษฐ์แก้ปัญหาของชุมชนตนเองด้วยภูมิปัญญาและวัสดุที่หาได้จริง
"ช่างชุมชน" เริ่มต้นจากการสำรวจพบว่าคนในชุมชนจำนวนมากมีประสบการณ์และทักษะช่างของตนเอง เพียงแต่ขาดโอกาสในการขัดเกลาความคิดให้เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ส่งต่อและขยายผลได้กว้างขึ้น
โครงการนี้ดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2562 (ปีที่ 1) โดยบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) ร่วมกับสถาบันเชนจ์ฟิวชั่น ภายใต้มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ บนแนวคิดว่าช่างชุมชนจำนวนมากมักพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ของตนเองจากประสบการณ์ตรงและวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่นอยู่แล้ว เมื่อได้แนวคิดใหม่จากการพบเห็นเครื่องมือแบบอื่นหรือเรียนรู้ผ่านสื่อออนไลน์อย่าง YouTube และ Facebook ก็นำมาประยุกต์ดัดแปลงเป็นเครื่องมือในแบบของตนเอง ที่ต้นทุนต่ำกว่า เหมาะกับสภาพแวดล้อมการใช้งานในพื้นที่มากกว่า และมักจำหน่ายในราคาที่คนในพื้นที่เข้าถึงได้
แต่ด้วยลักษณะเฉพาะตัวของช่างชุมชนที่ไม่ได้รวมกลุ่มเป็นทางการ ทำให้ถูกลดทอนโอกาสในการได้รับความช่วยเหลือจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน นวัตกรรมที่ดีจำนวนมากจึงหยุดอยู่แค่การใช้งานเฉพาะตัว ไม่ถูกพัฒนาต่อยอดหรือส่งต่อไปยังชุมชนอื่น โครงการฯ จึงออกแบบวิธีการส่งเสริมที่เหมาะสม ด้วยการรับสมัครและคัดเลือกจากการสัมภาษณ์และเดินทางไปเยี่ยมชมผลงานถึงพื้นที่ทำงานของช่างชุมชนแต่ละคน ประเมินศักยภาพจากความคิดใหม่ การขยายผลนวัตกรรม และผลกระทบทางสังคม ก่อนคัดเลือกช่างชุมชนที่มีศักยภาพเพื่อรับทุนสนับสนุนเบื้องต้น พร้อมกับการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิควิศวกรรม ด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ ด้านการจัดการ และด้านการตลาด
"นวัตกรรมที่ดีไม่ได้วัดกันที่ความล้ำสมัย แต่อยู่ที่สิ่งนั้นสามารถแก้ไขปัญหาให้กับผู้คนได้จริงแค่ไหนมากกว่า" — ดร.อนุกูล ตันติมาสน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานสำนักกรรมการผู้จัดการ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน)
5 ขั้นตอนของกระบวนการส่งเสริมและสนับสนุนช่างชุมชน ในรอบปีที่ 5 (2568-2569)
1. คัดเลือก
เปิดรับสมัครทั่วประเทศ (ปีที่ 5 มีผู้สมัครกว่า 157 ราย) ให้คะแนนตาม 5 หัวข้อ ได้แก่ ความสำคัญของปัญหา ความคิดสร้างสรรค์/นวัตกรรมใหม่ ศักยภาพในการขยายผลไปยังชุมชน แนวโน้มในการสร้างผลกระทบทางสังคม และความเป็นไปได้ในการพัฒนาต่อยอด หัวข้อละ 5 คะแนน คัดกรองเหลือ 28 ผลงานเพื่อเดินทางไปเยี่ยมชมและสัมภาษณ์ถึงพื้นที่จริง ก่อนตัดสินให้เหลือ 10 สุดยอดนวัตกรรมช่างชุมชน
2. บ่มเพาะ
จัดกิจกรรมบ่มเพาะออนไลน์ 2 วันให้กับ 10 ทีมที่ผ่านการคัดเลือก อบรมกระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) การออกแบบผลิตภัณฑ์ การตลาดออนไลน์ การเงิน-บัญชี และเชื่อมโยงกับเครือข่ายพันธมิตร เช่น UNDP, สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม, SE Thailand และ สสส.
3. ต่อยอด
ลงพื้นที่ให้คำปรึกษารายทีมโดยทีมวิศวกรอาสาของ ช.การช่าง (ไฟฟ้า โยธา) นักวิชาการด้านออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ปรึกษาด้านการตลาดออนไลน์ และทีมการเงินและบัญชีของ ช.การช่าง เพื่อพัฒนาต้นแบบ ระบบความปลอดภัย และแผนต่อยอดผลิตภัณฑ์ของแต่ละทีม
4. เชื่อมต่อ
จัดงานแสดงผลงานและพิธีมอบทุนสนับสนุน เปิดโอกาสให้ช่างชุมชนพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันเอง และเชื่อมโยงกับองค์กรพันธมิตรที่อาจสนับสนุนสิทธิประโยชน์หรือเงินทุนต่อได้ในอนาคต
5. ขยายผล
มอบทุนสนับสนุนระยะขยายผลเพิ่มเติมให้กับทีมที่มีแนวทางพัฒนาต่อยอดชัดเจนและตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาของชุมชนได้มากขึ้น เพื่อผลักดันให้นวัตกรรมขยายผลไปสู่ชุมชนอื่น
ตลอด 5 ปี (2562-2569) ช่างชุมชนที่ได้รับคัดเลือกกระจายอยู่ในกว่า 30 จังหวัดทั่วประเทศ
"ช่างชุมชนมีทั้งความรู้ในทางเทคนิคใช้วิทยาศาสตร์ ขณะเดียวกันก็ปรับเอาเรื่องภูมิปัญญาหรือวิธีการแก้ปัญหาของท้องถิ่นมาใช้เพื่อตอบโจทย์ท้องถิ่นจริงๆ" — สุนิตย์ เชรษฐา ผู้อำนวยการสถาบันเชนจ์ฟิวชั่น
โครงการฯ ประเมินผลกระทบทางสังคมของสุดยอดนวัตกรรมทั้ง 10 ผลงานด้วยอัตราส่วนผลตอบแทนต่อต้นทุน (Benefit Cost Ratio หรือ B/C Ratio) คาดการณ์ล่วงหน้า 1 ปี ผลประเมินพบว่าทั้ง 10 ผลงานมีค่า B/C มากกว่า 1 คือให้ผลตอบแทนคุ้มค่าที่จะลงทุนทุกชิ้น ตั้งแต่ระดับที่ให้ผลตอบแทนพอประมาณ เช่น เตาแก๊สเศษถ่าน จ.บุรีรัมย์ (B/C = 1.5) ไปจนถึงระดับที่ให้ผลตอบแทนสูงมาก เช่น แนวกันไฟสปริงเกลอร์แบบตรวจจับควันอัตโนมัติ จ.ลำพูน (B/C = 66.67 จากมูลค่าความเสียหายจากไฟป่าที่ป้องกันได้เทียบกับต้นทุนอุปกรณ์ต้นแบบเพียงชุดละ 5,000 บาท) ทั้งนี้ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประเมินภายในของทีมโครงการฯ เอง ยังไม่ผ่านการตรวจสอบโดยหน่วยงานภายนอก
3 ใน 10 ผลงาน ได้แก่ ตัดเล็บสร้างบ้าน (จ.เพชรบูรณ์), แนวกันไฟสปริงเกลอร์แบบตรวจจับควันอัตโนมัติ (จ.ลำพูน) และ ธรณีอาร์ต (จ.นครราชสีมา) ได้รับคัดเลือกให้รับทุนระยะขยายผลเพิ่มเติมทีมละ 100,000 บาท เพื่อพัฒนาอุปกรณ์ต้นแบบให้แข็งแรงและใช้งานได้จริงกว้างขวางขึ้น
ตัวเลขผลกระทบเชิงปริมาณระดับโครงการสะสมทั้ง 5 ปี (จำนวนช่างชุมชนหรือครัวเรือนที่ได้รับประโยชน์รวมทุกปี) ยังไม่มีรายงานสรุปยอดรวมอย่างเป็นทางการ มีเพียงตัวเลขรายปีจากรายงานแต่ละปีเท่านั้น
ผู้สนับสนุนหลัก
บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน)
ดำเนินโครงการโดย
สถาบันเชนจ์ฟิวชั่น ภายใต้มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
ที่ปรึกษาบ่มเพาะ
วิศวกรอาสาสายงานวิศวกรรมของ ช.การช่าง (ไฟฟ้า/โยธา), ผศ.ศรันยา เสี่ยงอารมณ์ รองคณบดีและอาจารย์ประจำภาควิชาการออกแบบอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ Digital Byte และทีมการเงินและบัญชีของ ช.การช่าง
เครือข่ายพันธมิตร
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม, โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP Thailand), สมาคมธุรกิจเพื่อสังคม (SE Thailand), เทใจดอทคอม, สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ), ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร, มูลนิธิอโชก้า (ประเทศไทย), สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
ปีที่ 6 (2569-2570): ขยายเครือข่ายช่างชุมชนรุ่นใหม่ต่อเนื่อง
โครงการฯ เตรียมเปิดรับสมัครปีที่ 6 (2569-2570) ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ด้วยกระบวนการ 5 ขั้นตอนเดิม (คัดเลือก บ่มเพาะ ต่อยอด เชื่อมต่อ ขยายผล) ตลอดระยะเวลาโครงการ 12 เดือน (ตุลาคม 2569 - กันยายน 2570) กำหนดปิดรับสมัครวันที่ 31 ธันวาคม 2569 ประกาศผล 10 สุดยอดนวัตกรรมช่างชุมชนวันที่ 1 พฤษภาคม 2570 บ่มเพาะผ่านระบบออนไลน์วันที่ 20-21 พฤษภาคม 2570 และจัดงานแสดงผลงานพร้อมประกาศผลทุนระยะขยายผลวันที่ 1 สิงหาคม 2570 งบประมาณรวมยังคงอยู่ที่ราว 800,000 บาท แบ่งเป็นทุนตั้งต้น 10 ทีม ทีมละ 50,000 บาท และทุนระยะขยายผล 3 ทีม ทีมละ 100,000 บาท
นอกจากนี้ยังมีแผนขยายช่องทางสื่อสารจาก Facebook ช่องทางเดียว ไปสู่ Instagram, TikTok และเว็บไซต์ของโครงการฯ เอง เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มช่างชุมชนและผู้สนใจได้กว้างขึ้น พร้อมกระชับความร่วมมือกับองค์กรพันธมิตรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น เช่น สิทธิ์สมาชิกสมาคมธุรกิจเพื่อสังคมฟรี และช่องทางระดมทุนผ่านเทใจดอทคอม
7 รายการ
ทุกรายการที่ทีมพื้นที่บันทึกไว้ เรียงจากล่าสุด
เราช่วยอะไร
คุณได้บ้าง
เลือกคำถามที่ตรงกับบทบาทของคุณ คำตอบสรุปจากบันทึกการทำงานจริงของเรา และคุยต่อกับทีมงานได้จากทุกการ์ด
งานนี้สร้างการเปลี่ยนแปลงอะไร และรู้ได้อย่างไรว่าได้ผล?
เราเปิดโอกาสให้ช่างชุมชนพัฒนาสิ่งประดิษฐ์และขยายการใช้ประโยชน์ โดยประเมิน B/C Ratio ของ 10 ผลงานแล้วพบว่าทุกชิ้นมีค่ามากกว่า 1
โครงการช่วยให้ช่างชุมชนที่ได้รับคัดเลือกได้พัฒนาต่อยอดสิ่งประดิษฐ์ผ่านทุนตั้งต้น การบ่มเพาะ และคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ โดยตลอด 5 ปี ช่างที่ได้รับคัดเลือกกระจายอยู่ในกว่า 30 จังหวัดทั่วประเทศ โครงการนี้
ในปีที่ 5 ทั้ง 10 ผลงานได้รับการประเมินอัตราส่วนผลตอบแทนต่อต้นทุน หรือ B/C Ratio โดยคาดการณ์ล่วงหน้า 1 ปี และทุกผลงานมีค่า B/C มากกว่า 1 อัปเดตประเมินผลกระทบทางสังคม: ทั้ง 10 นวัตกรรมให้ผลตอบแทนคุ้มค่าการลงทุน ตัวอย่างเช่น แนวกันไฟสปริงเกลอร์แบบตรวจจับควันอัตโนมัติมีค่า B/C = 66.67 ส่วนเตาแก๊สเศษถ่านมีค่า B/C = 1.5 อัปเดตประเมินผลกระทบทางสังคม: ทั้ง 10 นวัตกรรมให้ผลตอบแทนคุ้มค่าการลงทุน
ตัวเลข B/C เป็นการประเมินภายในของทีมโครงการฯ เพื่อประกอบการตัดสินใจเรื่องทุนระยะขยายผล และยังไม่ผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานภายนอกอิสระ อัปเดตประเมินผลกระทบทางสังคม: ทั้ง 10 นวัตกรรมให้ผลตอบแทนคุ้มค่าการลงทุน เรายังไม่มีรายงานสรุปยอดจำนวนช่างชุมชนหรือครัวเรือนที่ได้รับประโยชน์สะสมตลอด 5 ปีอย่างเป็นทางการ โครงการนี้
งานนี้ทำอย่างไร และได้บทเรียนอะไรที่นำไปใช้ต่อได้?
เราคัดเลือกจากศักยภาพของผลงาน บ่มเพาะ ให้คำปรึกษา และเชื่อมต่อเพื่อขยายผล โดยใช้เกณฑ์ที่ดูทั้งปัญหา นวัตกรรม ผลกระทบ และความเป็นไปได้ในการพัฒนาต่อ
เราเริ่มจากรับสมัครและคัดเลือกผลงาน โดยพิจารณาความสำคัญของปัญหา ความคิดสร้างสรรค์ ศักยภาพในการขยายผล ผลกระทบทางสังคม และความเป็นไปได้ในการพัฒนาต่อยอด จากนั้นสัมภาษณ์และลงพื้นที่เยี่ยมชมผลงานจริง โครงการนี้ ในปีที่ 5 มีผู้สมัครกว่า 157 ราย คัดเหลือ 28 ผลงานเพื่อเยี่ยมชม ก่อนเลือก 10 ทีมสุดท้าย อัปเดตคัดกรองเหลือ 28 ผลงาน แล้วลงพื้นที่เยี่ยมชมทั่วประเทศ อัปเดตประกาศผล "10 สุดยอดนวัตกรรมช่างชุมชน ปีที่ 5"
ทีมที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมอบรมออนไลน์เรื่อง Design Thinking การออกแบบผลิตภัณฑ์ การตลาดออนไลน์ และการเงิน-บัญชี ก่อนรับคำปรึกษารายทีมจากวิศวกร นักออกแบบ และที่ปรึกษาด้านการตลาดและการเงิน อัปเดตบ่มเพาะนวัตกรรมช่างชุมชนผ่านระบบออนไลน์ 2 วัน อัปเดตลงพื้นที่ให้คำปรึกษาเชิงลึกรายทีม 10 จังหวัดทั่วประเทศ ต่อด้วยการจัดแสดงผลงาน เชื่อมโยงกับองค์กรพันธมิตร และให้ทุนระยะขยายผลแก่ทีมที่มีแนวทางต่อยอดชัดเจน โครงการนี้
บทเรียนที่เห็นจากกระบวนการคือ การสนับสนุนไม่ได้มีเพียงเงินทุน แต่มีทั้งการประเมินหน้างาน การให้คำปรึกษา และการเชื่อมต่อเครือข่ายควบคู่กัน โครงการนี้ ส่วนผล B/C ที่ใช้ประกอบการตัดสินใจเป็นการประเมินภายใน และยังไม่ผ่านการตรวจสอบโดยหน่วยงานภายนอกอิสระ อัปเดตประเมินผลกระทบทางสังคม: ทั้ง 10 นวัตกรรมให้ผลตอบแทนคุ้มค่าการลงทุน
แนวทางนี้เหมาะกับพื้นที่แบบไหน และต้องมีอะไรบ้างจึงจะเริ่มในพื้นที่ของเราได้?
แนวทางนี้มุ่งกับชุมชนที่มีช่างและผลงานซึ่งแก้ปัญหาในพื้นที่ได้ เรามีตัวอย่างการลงพื้นที่ทั่วประเทศ แต่ยังไม่ได้บันทึกเงื่อนไขหรือทรัพยากรที่พื้นที่ต้องมีเพื่อเริ่มทำเอง
แนวทางนี้ตั้งต้นจากการที่คนในชุมชนมีประสบการณ์และทักษะช่างสำหรับแก้ปัญหาของตนเอง โดยมักดัดแปลงวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่นหรือเครื่องมือเดิมให้เหมาะกับสภาพการใช้งาน ประเด็นนวัตกรรมและภูมิปัญญาชุมชน โครงการคัดเลือกผลงานที่ใช้งานจริงหรือจำหน่ายจริง แล้วพิจารณาความสำคัญของปัญหา ความคิดใหม่ ศักยภาพในการขยายผล ผลกระทบทางสังคม และความเป็นไปได้ในการพัฒนาต่อ อัปเดตเปิดรับสมัคร "สุดยอดนวัตกรรมช่างชุมชน ปีที่ 5" ทั่วประเทศ โครงการนี้
ในปีที่ 5 ทีมงานลงพื้นที่ทั้ง 4 ภาคเพื่อเยี่ยมชมผลงานและสัมภาษณ์ช่างชุมชน จากนั้นทีมที่ผ่านการคัดเลือกได้รับการบ่มเพาะและคำปรึกษารายทีม อัปเดตคัดกรองเหลือ 28 ผลงาน แล้วลงพื้นที่เยี่ยมชมทั่วประเทศ อัปเดตบ่มเพาะนวัตกรรมช่างชุมชนผ่านระบบออนไลน์ 2 วัน ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่าแนวทางทำงานกับผลงานและผู้คิดค้นในพื้นที่ ไม่ใช่การนำเทคโนโลยีจากภายนอกไปกำหนดให้ชุมชน ประเด็นนวัตกรรมและภูมิปัญญาชุมชน
เรายังไม่ได้บันทึกเงื่อนไขขั้นต่ำด้านงบประมาณ บุคลากร หรือขั้นตอนสำหรับหน่วยงานท้องถิ่นที่ต้องการเริ่มกระบวนการนี้ในพื้นที่ของตนเอง
มีวิธีการหรือเครื่องมืออะไรที่เริ่มใช้ได้เลย?
เริ่มจากสำรวจปัญหาและสิ่งประดิษฐ์ที่ชุมชนใช้อยู่ แล้วใช้ Design Thinking และคำปรึกษาด้านการออกแบบ การตลาด และการเงินช่วยพัฒนาต่อ เรายังไม่มีคู่มือหรือเครื่องมือสำเร็จรูปให้เริ่มใช้ได้ทันที
จุดเริ่มต้นของแนวทางคือดูว่าชุมชนมีปัญหาอะไร และมีช่างหรือสิ่งประดิษฐ์ใดที่กำลังใช้แก้ปัญหานั้นอยู่แล้ว เพราะช่างชุมชนมักนำวัสดุในท้องถิ่นหรือเครื่องมือเดิมมาดัดแปลงให้เหมาะกับพื้นที่ ประเด็นนวัตกรรมและภูมิปัญญาชุมชน ในโครงการ ทีมที่ผ่านการคัดเลือกได้เรียนรู้ Design Thinking การออกแบบผลิตภัณฑ์ การตลาดออนไลน์ และการเงิน-บัญชี อัปเดตบ่มเพาะนวัตกรรมช่างชุมชนผ่านระบบออนไลน์ 2 วัน
อีกส่วนที่นำไปปรับใช้ได้คือการรับฟังและดูผลงานจริงก่อนให้คำแนะนำ โดยทีมที่ปรึกษาลงพื้นที่เพื่อประเมินศักยภาพและช่วยพัฒนาต้นแบบ ระบบความปลอดภัย และแผนต่อยอดผลิตภัณฑ์ โครงการนี้ อัปเดตลงพื้นที่ให้คำปรึกษาเชิงลึกรายทีม 10 จังหวัดทั่วประเทศ ผลงานที่ได้รับทุนระยะขยายผล ได้แก่ ตัดเล็บสร้างบ้าน แนวกันไฟสปริงเกลอร์แบบตรวจจับควันอัตโนมัติ และธรณีอาร์ต อัปเดตงานแสดงผลงาน พิธีมอบทุนสนับสนุน และประกาศผลทุนระยะขยายผล
เรายังไม่ได้จัดทำคู่มือ ขั้นตอนย่อ หรือเครื่องมือสำเร็จรูปสำหรับให้คนทำงานในพื้นที่นำไปใช้ได้ทันที
งานนี้เชื่อมกับปัญหาเชิงระบบอย่างไร และต้องการความร่วมมือแบบไหน?
เราทำงานกับช่องว่างที่ช่างชุมชนซึ่งไม่รวมกลุ่มเป็นทางการมักเข้าถึงการสนับสนุนได้ยาก โดยต้องการการช่วยขัดเกลาแนวคิด คำปรึกษาเชิงเทคนิค ทุนตั้งต้น และช่องทางส่งต่อผลงาน
ช่างชุมชนจำนวนมากมีทักษะและประสบการณ์แก้ปัญหาในพื้นที่ แต่เมื่อไม่ได้รวมกลุ่มเป็นทางการก็อาจได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐและเอกชนได้ยาก อีกทั้งความซับซ้อนของระบบสนับสนุนเป็นอุปสรรคต่อการขยายผลงาน ทำให้นวัตกรรมบางส่วนหยุดอยู่ที่การใช้งานเฉพาะตัว ประเด็นนวัตกรรมและภูมิปัญญาชุมชน การสนับสนุนที่เรามองว่าจำเป็นจึงประกอบด้วยการช่วยขัดเกลาแนวคิด คำปรึกษาเชิงเทคนิคจากผู้เชี่ยวชาญ ทุนตั้งต้นเพื่อพัฒนาต้นแบบ และช่องทางให้ชุมชนอื่นนำความรู้ไปปรับใช้ ประเด็นนวัตกรรมและภูมิปัญญาชุมชน
โครงการนำแนวทางนี้มาทำผ่านการคัดเลือก บ่มเพาะ ให้คำปรึกษารายทีม จัดแสดงผลงาน และเชื่อมโยงกับองค์กรพันธมิตร โครงการนี้ การบ่มเพาะปีที่ 5 ครอบคลุม Design Thinking การออกแบบผลิตภัณฑ์ การตลาดออนไลน์ และการเงิน-บัญชี พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตร อัปเดตบ่มเพาะนวัตกรรมช่างชุมชนผ่านระบบออนไลน์ 2 วัน ส่วนการลงพื้นที่มีทั้งวิศวกร นักออกแบบผลิตภัณฑ์ ที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ และทีมการเงินและบัญชีร่วมให้คำแนะนำ อัปเดตลงพื้นที่ให้คำปรึกษาเชิงลึกรายทีม 10 จังหวัดทั่วประเทศ
ความร่วมมือที่ระบุไว้จึงครอบคลุมความเชี่ยวชาญ เงินทุน และการเชื่อมต่อเครือข่าย แต่ไม่ได้หมายความว่าโครงการรับรองการสนับสนุนจากภาคีในอนาคต โครงการนี้
