ทั่วประเทศ โครงการ

ช่างชุมชน (Grassroots Innovators)

โครงการค้นหา บ่มเพาะ และให้ทุนตั้งต้นแก่ช่างชุมชนทั่วประเทศ ที่คิดค้นสิ่งประดิษฐ์แก้ปัญหาของชุมชนตนเองด้วยภูมิปัญญาและวัสดุที่หาได้จริง

แนวคิด

"ช่างชุมชน" เริ่มต้นจากการสำรวจพบว่าคนในชุมชนจำนวนมากมีประสบการณ์และทักษะช่างของตนเอง เพียงแต่ขาดโอกาสในการขัดเกลาความคิดให้เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ส่งต่อและขยายผลได้กว้างขึ้น

โครงการนี้ดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2562 (ปีที่ 1) โดยบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) ร่วมกับสถาบันเชนจ์ฟิวชั่น ภายใต้มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ บนแนวคิดว่าช่างชุมชนจำนวนมากมักพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ของตนเองจากประสบการณ์ตรงและวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่นอยู่แล้ว เมื่อได้แนวคิดใหม่จากการพบเห็นเครื่องมือแบบอื่นหรือเรียนรู้ผ่านสื่อออนไลน์อย่าง YouTube และ Facebook ก็นำมาประยุกต์ดัดแปลงเป็นเครื่องมือในแบบของตนเอง ที่ต้นทุนต่ำกว่า เหมาะกับสภาพแวดล้อมการใช้งานในพื้นที่มากกว่า และมักจำหน่ายในราคาที่คนในพื้นที่เข้าถึงได้

แต่ด้วยลักษณะเฉพาะตัวของช่างชุมชนที่ไม่ได้รวมกลุ่มเป็นทางการ ทำให้ถูกลดทอนโอกาสในการได้รับความช่วยเหลือจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน นวัตกรรมที่ดีจำนวนมากจึงหยุดอยู่แค่การใช้งานเฉพาะตัว ไม่ถูกพัฒนาต่อยอดหรือส่งต่อไปยังชุมชนอื่น โครงการฯ จึงออกแบบวิธีการส่งเสริมที่เหมาะสม ด้วยการรับสมัครและคัดเลือกจากการสัมภาษณ์และเดินทางไปเยี่ยมชมผลงานถึงพื้นที่ทำงานของช่างชุมชนแต่ละคน ประเมินศักยภาพจากความคิดใหม่ การขยายผลนวัตกรรม และผลกระทบทางสังคม ก่อนคัดเลือกช่างชุมชนที่มีศักยภาพเพื่อรับทุนสนับสนุนเบื้องต้น พร้อมกับการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิควิศวกรรม ด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ ด้านการจัดการ และด้านการตลาด

"นวัตกรรมที่ดีไม่ได้วัดกันที่ความล้ำสมัย แต่อยู่ที่สิ่งนั้นสามารถแก้ไขปัญหาให้กับผู้คนได้จริงแค่ไหนมากกว่า" — ดร.อนุกูล ตันติมาสน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานสำนักกรรมการผู้จัดการ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน)

แนวทาง

5 ขั้นตอนของกระบวนการส่งเสริมและสนับสนุนช่างชุมชน ในรอบปีที่ 5 (2568-2569)

1. คัดเลือก

เปิดรับสมัครทั่วประเทศ (ปีที่ 5 มีผู้สมัครกว่า 157 ราย) ให้คะแนนตาม 5 หัวข้อ ได้แก่ ความสำคัญของปัญหา ความคิดสร้างสรรค์/นวัตกรรมใหม่ ศักยภาพในการขยายผลไปยังชุมชน แนวโน้มในการสร้างผลกระทบทางสังคม และความเป็นไปได้ในการพัฒนาต่อยอด หัวข้อละ 5 คะแนน คัดกรองเหลือ 28 ผลงานเพื่อเดินทางไปเยี่ยมชมและสัมภาษณ์ถึงพื้นที่จริง ก่อนตัดสินให้เหลือ 10 สุดยอดนวัตกรรมช่างชุมชน

2. บ่มเพาะ

จัดกิจกรรมบ่มเพาะออนไลน์ 2 วันให้กับ 10 ทีมที่ผ่านการคัดเลือก อบรมกระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) การออกแบบผลิตภัณฑ์ การตลาดออนไลน์ การเงิน-บัญชี และเชื่อมโยงกับเครือข่ายพันธมิตร เช่น UNDP, สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม, SE Thailand และ สสส.

3. ต่อยอด

ลงพื้นที่ให้คำปรึกษารายทีมโดยทีมวิศวกรอาสาของ ช.การช่าง (ไฟฟ้า โยธา) นักวิชาการด้านออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ปรึกษาด้านการตลาดออนไลน์ และทีมการเงินและบัญชีของ ช.การช่าง เพื่อพัฒนาต้นแบบ ระบบความปลอดภัย และแผนต่อยอดผลิตภัณฑ์ของแต่ละทีม

4. เชื่อมต่อ

จัดงานแสดงผลงานและพิธีมอบทุนสนับสนุน เปิดโอกาสให้ช่างชุมชนพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันเอง และเชื่อมโยงกับองค์กรพันธมิตรที่อาจสนับสนุนสิทธิประโยชน์หรือเงินทุนต่อได้ในอนาคต

5. ขยายผล

มอบทุนสนับสนุนระยะขยายผลเพิ่มเติมให้กับทีมที่มีแนวทางพัฒนาต่อยอดชัดเจนและตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาของชุมชนได้มากขึ้น เพื่อผลักดันให้นวัตกรรมขยายผลไปสู่ชุมชนอื่น

ผลกระทบ

ตลอด 5 ปี (2562-2569) ช่างชุมชนที่ได้รับคัดเลือกกระจายอยู่ในกว่า 30 จังหวัดทั่วประเทศ

ดำเนินโครงการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีที่ 1 (2562) ถึงปีที่ 5 (2568-2569)
5 ปี
ครอบคลุมช่างชุมชนที่ได้รับคัดเลือกทั่วทุกภาคของประเทศไทย ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา
30+ จังหวัด
จำนวนผู้สมัครเข้าร่วมโครงการปีที่ 5 (2568-2569) ก่อนคัดกรองเหลือ 28 ผลงานเพื่อลงพื้นที่ และ 10 สุดยอดนวัตกรรม
157 ผลงาน
มูลค่ารวมของทุนสนับสนุนและรางวัลในปีที่ 5 แบ่งเป็นทุนตั้งต้น 10 ทีม และทุนระยะขยายผล 3 ทีม
800,000 บาท
ผู้เข้าร่วมงานแสดงผลงานและพิธีมอบทุนสนับสนุน วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 จาก 8 องค์กรพันธมิตร
43 คน

"ช่างชุมชนมีทั้งความรู้ในทางเทคนิคใช้วิทยาศาสตร์ ขณะเดียวกันก็ปรับเอาเรื่องภูมิปัญญาหรือวิธีการแก้ปัญหาของท้องถิ่นมาใช้เพื่อตอบโจทย์ท้องถิ่นจริงๆ" — สุนิตย์ เชรษฐา ผู้อำนวยการสถาบันเชนจ์ฟิวชั่น

โครงการฯ ประเมินผลกระทบทางสังคมของสุดยอดนวัตกรรมทั้ง 10 ผลงานด้วยอัตราส่วนผลตอบแทนต่อต้นทุน (Benefit Cost Ratio หรือ B/C Ratio) คาดการณ์ล่วงหน้า 1 ปี ผลประเมินพบว่าทั้ง 10 ผลงานมีค่า B/C มากกว่า 1 คือให้ผลตอบแทนคุ้มค่าที่จะลงทุนทุกชิ้น ตั้งแต่ระดับที่ให้ผลตอบแทนพอประมาณ เช่น เตาแก๊สเศษถ่าน จ.บุรีรัมย์ (B/C = 1.5) ไปจนถึงระดับที่ให้ผลตอบแทนสูงมาก เช่น แนวกันไฟสปริงเกลอร์แบบตรวจจับควันอัตโนมัติ จ.ลำพูน (B/C = 66.67 จากมูลค่าความเสียหายจากไฟป่าที่ป้องกันได้เทียบกับต้นทุนอุปกรณ์ต้นแบบเพียงชุดละ 5,000 บาท) ทั้งนี้ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประเมินภายในของทีมโครงการฯ เอง ยังไม่ผ่านการตรวจสอบโดยหน่วยงานภายนอก

3 ใน 10 ผลงาน ได้แก่ ตัดเล็บสร้างบ้าน (จ.เพชรบูรณ์), แนวกันไฟสปริงเกลอร์แบบตรวจจับควันอัตโนมัติ (จ.ลำพูน) และ ธรณีอาร์ต (จ.นครราชสีมา) ได้รับคัดเลือกให้รับทุนระยะขยายผลเพิ่มเติมทีมละ 100,000 บาท เพื่อพัฒนาอุปกรณ์ต้นแบบให้แข็งแรงและใช้งานได้จริงกว้างขวางขึ้น

ตัวเลขผลกระทบเชิงปริมาณระดับโครงการสะสมทั้ง 5 ปี (จำนวนช่างชุมชนหรือครัวเรือนที่ได้รับประโยชน์รวมทุกปี) ยังไม่มีรายงานสรุปยอดรวมอย่างเป็นทางการ มีเพียงตัวเลขรายปีจากรายงานแต่ละปีเท่านั้น

ความร่วมมือ

ผู้สนับสนุนหลัก

บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน)

ดำเนินโครงการโดย

สถาบันเชนจ์ฟิวชั่น ภายใต้มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

ที่ปรึกษาบ่มเพาะ

วิศวกรอาสาสายงานวิศวกรรมของ ช.การช่าง (ไฟฟ้า/โยธา), ผศ.ศรันยา เสี่ยงอารมณ์ รองคณบดีและอาจารย์ประจำภาควิชาการออกแบบอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ Digital Byte และทีมการเงินและบัญชีของ ช.การช่าง

เครือข่ายพันธมิตร

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม, โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP Thailand), สมาคมธุรกิจเพื่อสังคม (SE Thailand), เทใจดอทคอม, สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ), ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร, มูลนิธิอโชก้า (ประเทศไทย), สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

ก้าวต่อไป

ปีที่ 6 (2569-2570): ขยายเครือข่ายช่างชุมชนรุ่นใหม่ต่อเนื่อง

โครงการฯ เตรียมเปิดรับสมัครปีที่ 6 (2569-2570) ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ด้วยกระบวนการ 5 ขั้นตอนเดิม (คัดเลือก บ่มเพาะ ต่อยอด เชื่อมต่อ ขยายผล) ตลอดระยะเวลาโครงการ 12 เดือน (ตุลาคม 2569 - กันยายน 2570) กำหนดปิดรับสมัครวันที่ 31 ธันวาคม 2569 ประกาศผล 10 สุดยอดนวัตกรรมช่างชุมชนวันที่ 1 พฤษภาคม 2570 บ่มเพาะผ่านระบบออนไลน์วันที่ 20-21 พฤษภาคม 2570 และจัดงานแสดงผลงานพร้อมประกาศผลทุนระยะขยายผลวันที่ 1 สิงหาคม 2570 งบประมาณรวมยังคงอยู่ที่ราว 800,000 บาท แบ่งเป็นทุนตั้งต้น 10 ทีม ทีมละ 50,000 บาท และทุนระยะขยายผล 3 ทีม ทีมละ 100,000 บาท

นอกจากนี้ยังมีแผนขยายช่องทางสื่อสารจาก Facebook ช่องทางเดียว ไปสู่ Instagram, TikTok และเว็บไซต์ของโครงการฯ เอง เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มช่างชุมชนและผู้สนใจได้กว้างขึ้น พร้อมกระชับความร่วมมือกับองค์กรพันธมิตรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น เช่น สิทธิ์สมาชิกสมาคมธุรกิจเพื่อสังคมฟรี และช่องทางระดมทุนผ่านเทใจดอทคอม

บันทึกความคืบหน้า

7 รายการ

ทุกรายการที่ทีมพื้นที่บันทึกไว้ เรียงจากล่าสุด

สำหรับคุณ

เราช่วยอะไร
คุณได้บ้าง

เลือกคำถามที่ตรงกับบทบาทของคุณ คำตอบสรุปจากบันทึกการทำงานจริงของเรา และคุยต่อกับทีมงานได้จากทุกการ์ด

ผู้ให้ทุนและนักลงทุน มูลนิธิ บริษัท (CSR/ESG) นักลงทุนเพื่อสังคม

งานนี้สร้างการเปลี่ยนแปลงอะไร และรู้ได้อย่างไรว่าได้ผล?

เราเปิดโอกาสให้ช่างชุมชนพัฒนาสิ่งประดิษฐ์และขยายการใช้ประโยชน์ โดยประเมิน B/C Ratio ของ 10 ผลงานแล้วพบว่าทุกชิ้นมีค่ามากกว่า 1

สรุปโดย AI จาก 7 อัปเดต · ปรับปรุงล่าสุด 28 ก.ย. 2569

องค์กรเพื่อสังคม มูลนิธิ สมาคม กิจการเพื่อสังคม

งานนี้ทำอย่างไร และได้บทเรียนอะไรที่นำไปใช้ต่อได้?

เราคัดเลือกจากศักยภาพของผลงาน บ่มเพาะ ให้คำปรึกษา และเชื่อมต่อเพื่อขยายผล โดยใช้เกณฑ์ที่ดูทั้งปัญหา นวัตกรรม ผลกระทบ และความเป็นไปได้ในการพัฒนาต่อ

สรุปโดย AI จาก 7 อัปเดต · ปรับปรุงล่าสุด 28 ก.ย. 2569

หน่วยงานท้องถิ่น บันทึกยังไม่ครบ อบต. เทศบาล อบจ. หน่วยงานรัฐในพื้นที่

แนวทางนี้เหมาะกับพื้นที่แบบไหน และต้องมีอะไรบ้างจึงจะเริ่มในพื้นที่ของเราได้?

แนวทางนี้มุ่งกับชุมชนที่มีช่างและผลงานซึ่งแก้ปัญหาในพื้นที่ได้ เรามีตัวอย่างการลงพื้นที่ทั่วประเทศ แต่ยังไม่ได้บันทึกเงื่อนไขหรือทรัพยากรที่พื้นที่ต้องมีเพื่อเริ่มทำเอง

สรุปโดย AI จาก 7 อัปเดต · ปรับปรุงล่าสุด 28 ก.ย. 2569

คนทำงานในพื้นที่ บันทึกยังไม่ครบ ครู ผู้นำชุมชน องค์กรชุมชน อาสาสมัคร

มีวิธีการหรือเครื่องมืออะไรที่เริ่มใช้ได้เลย?

เริ่มจากสำรวจปัญหาและสิ่งประดิษฐ์ที่ชุมชนใช้อยู่ แล้วใช้ Design Thinking และคำปรึกษาด้านการออกแบบ การตลาด และการเงินช่วยพัฒนาต่อ เรายังไม่มีคู่มือหรือเครื่องมือสำเร็จรูปให้เริ่มใช้ได้ทันที

สรุปโดย AI จาก 7 อัปเดต · ปรับปรุงล่าสุด 28 ก.ย. 2569

ภาคีเครือข่ายและหน่วยงานสนับสนุน สถาบันวิชาการ เครือข่าย หน่วยงานนโยบาย

งานนี้เชื่อมกับปัญหาเชิงระบบอย่างไร และต้องการความร่วมมือแบบไหน?

เราทำงานกับช่องว่างที่ช่างชุมชนซึ่งไม่รวมกลุ่มเป็นทางการมักเข้าถึงการสนับสนุนได้ยาก โดยต้องการการช่วยขัดเกลาแนวคิด คำปรึกษาเชิงเทคนิค ทุนตั้งต้น และช่องทางส่งต่อผลงาน

สรุปโดย AI จาก 7 อัปเดต · ปรับปรุงล่าสุด 28 ก.ย. 2569