← ทุกประเด็น
ประเด็น

ทะเลและชายฝั่ง

ทะเลไทยเสื่อมโทรมลงทุกปีจากการทำประมงเกินขนาดและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ขณะที่ชาวประมงพื้นบ้านต้องแบกรับผลกระทบมากที่สุด เราสนับสนุนให้ชุมชนชายฝั่งบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลด้วยตนเอง ผ่านรูปแบบเขตบริหารจัดการทางทะเลโดยชุมชน (LMMA) ควบคู่กับเศรษฐกิจที่เกื้อกูลการอนุรักษ์

ทั่วประเทศสงขลาพัทลุงนครศรีธรรมราชสตูล
15
ชุมชน ชุมชนที่จัดตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการ LMMA สำเร็จในปีแรก จากเป้าหมายรวม 45 ชุมชนตลอดสามปี
24,987
ไร่ พื้นที่ทะเลและชายฝั่งที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการแบบ LMMA รวมป่าชายเลน 1,486 ไร่ และแหล่งหญ้าทะเล 57 ไร่
6
ฉบับ บันทึกข้อตกลง (MOU) ที่ลงนามร่วมกับหน่วยงานรัฐ ครอบคลุมเครือข่าย 58 หน่วยงาน
แนวคิด

ทะเลฟื้นตัวได้จริง เมื่อคนที่อยู่กับทะเลทุกวันมีอำนาจตัดสินใจและได้ประโยชน์จากการดูแลมันด้วยตัวเอง

ทะเลที่กำลังหมดแรงรองรับ

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มลพิษทางทะเล และการทำประมงเกินขนาด ทำให้ทรัพยากรทางทะเลของไทยเสื่อมโทรมลงต่อเนื่อง และส่งผลกระทบกับชุมชนประมงพื้นบ้านขนาดเล็กมากที่สุด ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ปริมาณสัตว์น้ำเฉลี่ยที่จับได้ต่อเรือประมงพื้นบ้านหนึ่งลำลดลงอย่างรวดเร็ว จากราว 13 ตันต่อลำในปี 2558 เหลือเพียง 3-5 ตันต่อลำในปี 2564 บั่นทอนทั้งความยั่งยืนเชิงนิเวศและความมั่นคงในการดำรงชีพไปพร้อมกัน นอกจากแรงกดดันเชิงนิเวศแล้ว ชาวประมงรายย่อยยังเผชิญข้อจำกัดเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ทั้งการเข้าถึงตลาดที่จำกัดและอำนาจต่อรองราคาที่อ่อนแอ ซึ่งยิ่งผลักดันให้ต้องเร่งจับสัตว์น้ำมากขึ้นเพื่อความอยู่รอด สร้างแรงกดดันซ้ำเติมระบบนิเวศทางทะเลที่เปราะบางอยู่แล้ว

เขตบริหารจัดการทางทะเลโดยชุมชน (LMMA)

"เขตบริหารจัดการทางทะเลโดยชุมชน" หรือ Locally Managed Marine Area (LMMA) คือพื้นที่ทะเลหรือชายฝั่งที่ชุมชนท้องถิ่นมีบทบาทหลักในการบริหารจัดการและปกป้องทรัพยากร มักทำงานร่วมกับหน่วยงานรัฐหรือองค์กรสนับสนุน ผ่านกระบวนการตัดสินใจแบบมีส่วนร่วม สมาชิกชุมชนกำหนดและบังคับใช้กติกาด้วยตนเอง เช่น เขตห้ามจับสัตว์น้ำ ช่วงปิดอ่าวตามฤดูกาล หรือข้อจำกัดชนิดเครื่องมือประมง โดยอาศัยทั้งภูมิปัญญาท้องถิ่นและข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ประกอบกัน แนวทางนี้ให้น้ำหนักกับความเป็นเจ้าของและการดูแลของชุมชนเอง มากกว่าการควบคุมจากส่วนกลางเพียงฝ่ายเดียว และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพในการอนุรักษ์ทางทะเลโดยชุมชนและการพัฒนาชายฝั่งอย่างยั่งยืน

จากการอนุรักษ์ สู่เศรษฐกิจที่เกื้อกูลกัน

การอนุรักษ์ทางทะเลจะยั่งยืนได้ ต้องผูกโยงกับความมั่นคงในการดำรงชีพของคนที่อยู่กับทะเล เราจึงสนับสนุนชุมชนให้พัฒนากิจกรรมเศรษฐกิจที่ลดแรงกดดันต่อทรัพยากร ควบคู่กับการสร้างกลไกทางการเงินที่ดึงรายได้จากกิจกรรมเหล่านั้นกลับไปหนุนงานอนุรักษ์ เพื่อให้การฟื้นฟูทะเลไม่ใช่ภาระที่ชุมชนต้องแบกรับเพียงลำพัง แต่เป็นระบบที่หมุนเวียนเลี้ยงตัวเองได้ในระยะยาว

ผู้คนและพื้นที่

ชุมชนประมงพื้นบ้านขนาดเล็กตามแนวชายฝั่งทะเลไทย โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามันและอ่าวไทยตอนล่าง ที่พึ่งพาทรัพยากรทางทะเลเป็นแหล่งดำรงชีพหลัก งานเริ่มต้นในสี่จังหวัดชายฝั่งภาคใต้ ได้แก่ สตูล สงขลา พัทลุง และนครศรีธรรมราช ครอบคลุมทั้งพื้นที่ทะเลเปิดและระบบนิเวศทะเลสาบสงขลา

แนวทาง
  1. 01 เขตบริหารจัดการทางทะเลโดยชุมชน (LMMA)—สนับสนุนชุมชนในการทำแผนที่ทรัพยากรด้วยมือ กำหนดขอบเขตพื้นที่อนุรักษ์ ตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการ และวางกติกาการใช้ทรัพยากรร่วมกัน พร้อมผลักดันให้เกิดกรอบเกณฑ์มาตรฐานที่หน่วยงานรัฐยอมรับและนำไปใช้ขยายผลในระดับประเทศ
  2. 02 เศรษฐกิจฐานทรัพยากรที่หนุนการอนุรักษ์—ร่วมออกแบบกิจการชุมชนที่ลดแรงกดดันต่อทรัพยากร เช่น การแปรรูปสัตว์น้ำ การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และสหกรณ์เครื่องมือประมง พร้อมวางกลไกให้กำไรส่วนหนึ่งไหลกลับไปสนับสนุนกองทุนอนุรักษ์ของชุมชนเอง
โครงการภายใต้ประเด็นนี้

Sea Guardians

โครงการคือหน่วยปฏิบัติการภายใต้ประเด็น มีบันทึกความคืบหน้าจากแต่ละพื้นที่ครบทุกรายการอยู่ในหน้าของโครงการเอง

คัดเลือกโดยทีมงาน

ความคืบหน้าที่สำคัญระดับประเด็น

ไม่ใช่บันทึกทั้งหมด แต่เป็นรายการที่เราเห็นว่าเปลี่ยนภาพรวมของประเด็น

สำหรับคุณ

เราช่วยอะไร
คุณได้บ้าง

เลือกคำถามที่ตรงกับบทบาทของคุณ คำตอบสรุปจากบันทึกการทำงานจริงของเรา และคุยต่อกับทีมงานได้จากทุกการ์ด

ผู้ให้ทุนและนักลงทุน มูลนิธิ บริษัท (CSR/ESG) นักลงทุนเพื่อสังคม

งานนี้สร้างการเปลี่ยนแปลงอะไร และรู้ได้อย่างไรว่าได้ผล?

ปีแรกมี 15 ชุมชนจัดตั้งคณะกรรมการ LMMA และบริหารจัดการพื้นที่รวม 24,987.25 ไร่ พร้อม MOU 6 ฉบับและกิจการเศรษฐกิจใน 7 ชุมชน แต่ข้อมูลติดตามยังสั้นเกินกว่าจะยืนยันการฟื้นตัวของระบบนิเวศ

สรุปโดย AI จาก 18 อัปเดต · ปรับปรุงล่าสุด 24 ก.ย. 2569

องค์กรเพื่อสังคม มูลนิธิ สมาคม กิจการเพื่อสังคม

งานนี้ทำอย่างไร และได้บทเรียนอะไรที่นำไปใช้ต่อได้?

เราทำงานผ่าน LMMA ที่ชุมชนกำหนดขอบเขตและกติกา เชื่อมหน่วยงานรัฐกับภาควิชาการ พัฒนาเศรษฐกิจชุมชน และเก็บข้อมูลวิทยาศาสตร์ บทเรียนคือการทำความเข้าใจร่วมและระบบติดตามต้องพัฒนาต่อ

สรุปโดย AI จาก 18 อัปเดต · ปรับปรุงล่าสุด 24 ก.ย. 2569

หน่วยงานท้องถิ่น บันทึกยังไม่ครบ อบต. เทศบาล อบจ. หน่วยงานรัฐในพื้นที่

แนวทางนี้เหมาะกับพื้นที่แบบไหน และต้องมีอะไรบ้างจึงจะเริ่มในพื้นที่ของเราได้?

แนวทางนี้ทำงานกับชุมชนประมงพื้นบ้านชายฝั่งที่พึ่งพาทะเล โดยเริ่มจากการทำแผนที่ กำหนดเขต ตั้งคณะกรรมการ และวางกติกา เรายังไม่ได้บันทึกเกณฑ์พร้อมเริ่มหรือทรัพยากรขั้นต่ำสำหรับพื้นที่ใหม่

สรุปโดย AI จาก 18 อัปเดต · ปรับปรุงล่าสุด 24 ก.ย. 2569

คนทำงานในพื้นที่ ครู ผู้นำชุมชน องค์กรชุมชน อาสาสมัคร

มีวิธีการหรือเครื่องมืออะไรที่เริ่มใช้ได้เลย?

เครื่องมือที่เริ่มใช้ได้คือแผนที่ทรัพยากร กติกา LMMA และการบันทึกข้อมูลสัตว์น้ำอย่างสม่ำเสมอ โดยให้ชุมชนร่วมกำหนดขอบเขต ตั้งคณะกรรมการ และติดตามพื้นที่ของตนเอง

สรุปโดย AI จาก 18 อัปเดต · ปรับปรุงล่าสุด 24 ก.ย. 2569

ภาคีเครือข่ายและหน่วยงานสนับสนุน สถาบันวิชาการ เครือข่าย หน่วยงานนโยบาย

งานนี้เชื่อมกับปัญหาเชิงระบบอย่างไร และต้องการความร่วมมือแบบไหน?

งานนี้ตอบโจทย์การเสื่อมโทรมของทะเลและข้อจำกัดตลาดของชาวประมงรายย่อย ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันต่อทรัพยากร เราต้องการความร่วมมือด้านกฎหมาย วิทยาศาสตร์ เงินทุน และช่องทางตลาด ไม่ใช่เงินทุนอย่างเดียว

สรุปโดย AI จาก 18 อัปเดต · ปรับปรุงล่าสุด 24 ก.ย. 2569

สิ่งที่เรากำลังมองหา

การขยายผลเขตบริหารจัดการทางทะเลโดยชุมชนให้ครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งไทยมากขึ้น ต้องอาศัยพันธมิตรที่หลากหลายกว่าเงินทุนเพียงอย่างเดียว

  • หน่วยงานรัฐที่พร้อมร่วมออกแบบกลไกรับรองพื้นที่บริหารจัดการโดยชุมชนให้มีสถานะทางกฎหมายที่ชัดเจนและขยายผลได้ทั่วประเทศ
  • องค์กรและนักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเลที่ร่วมพัฒนาระบบติดตามข้อมูลเชิงนิเวศให้ชุมชนใช้งานได้จริง
  • พันธมิตรทุนที่สนใจสนับสนุนกลไกเศรษฐกิจฐานทรัพยากรที่ผูกรายได้ชุมชนเข้ากับการอนุรักษ์ในระยะยาว
  • ภาคเอกชนและช่องทางตลาดที่ช่วยขยายโอกาสให้ผลิตภัณฑ์และบริการของชุมชนชายฝั่งเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างขึ้น