กรุงเทพมหานครทั่วประเทศชัยภูมิ โครงการ

Banpu Champions for Change (BC4C)

โครงการ CSR เรือธงของบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ดำเนินการโดย ChangeFusion ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2554 บ่มเพาะผู้ประกอบการเพื่อสังคมมาแล้ว 123 ทีมใน 14 รุ่น และตั้งแต่ปี 2565 เดินหน้าเติมช่องว่างเงินทุนให้ศิษย์เก่าเติบโตต่อ ด้วยโครงการเร่งการเติบโต

แนวคิด

บ่มเพาะกิจการเพื่อสังคมด้วยทุนตั้งต้นและความรู้ทางธุรกิจ แล้วเดินเคียงข้างต่อจนกว่าจะเติบโตได้ด้วยตัวเอง

จุดเริ่มต้นปี 2554

บ้านปูเชื่อว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนต้องมาพร้อมผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม จึงร่วมกับ ChangeFusion ก่อตั้ง Banpu Champions for Change (BC4C) ขึ้นในปี 2554 เพื่อให้ทุนตั้งต้นและบ่มเพาะคนที่มีไอเดียแก้ปัญหาสังคม ให้พัฒนาไปเป็นกิจการที่ธุรกิจและผลกระทบเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน โครงสร้างทุนสองรอบที่ใช้มาจนถึงปัจจุบันเริ่มเป็นรูปเป็นร่างตั้งแต่รุ่นที่ 3 เป็นต้นมา (รุ่นที่ 1-2 ยังไม่มีการแบ่งทุนเป็นสองรอบ)

ปรับตัวตามบทเรียน 14 ปี

ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา โครงการปรับตัวหลายครั้งตามบทเรียนที่สะสมจากรุ่นก่อนหน้า ปี 2558 ขยายเพดานอายุผู้สมัครจาก 30 ปี เป็น 35 ปี หลังพบว่าผู้สมัครที่มีประสบการณ์ทำงานมาบ้างมีอัตราการอยู่รอดทางธุรกิจสูงกว่ากลุ่มที่เพิ่งเรียนจบ ปีเดียวกันนี้ Ma:D เข้ามารับบทบาทผู้ร่วมประสานโครงการอีกแรงหนึ่งควบคู่กับ ChangeFusion และกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ศิษย์เก่ารวมตัวกันเป็นชุมชนกิจการเพื่อสังคม ปี 2563 โครงการหยุดพักหนึ่งปีจากสถานการณ์โควิด-19 ก่อนกลับมาดำเนินการต่อในปี 2564 ด้วยทุนตั้งต้นที่ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 80,000 บาท และทุนรอบสองเป็น 250,000 บาท

จากบ่มเพาะ สู่การเติบโต

หลังดำเนินโครงการบ่มเพาะมาครบทศวรรษ ทีมงานสังเกตเห็นว่าศิษย์เก่าจำนวนมากเติบโตพ้นช่วงตั้งไข่แล้ว แต่ยังติดอยู่ในช่องว่างเงินทุนขนาดกลาง (missing middle) คือมีรายได้และการเติบโตที่จับต้องได้ แต่ยังเล็กเกินไปสำหรับนักลงทุนสถาบันทั่วไป โครงการเร่งการเติบโต (Acceleration Program) จึงเริ่มขึ้นในปี 2565 เพื่อช่วยเตรียมความพร้อมด้านการเงิน ธรรมาภิบาล และการสื่อสารผลกระทบ ให้กิจการเชื่อมต่อกับแหล่งทุนและพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ก่อนปรับรูปแบบอีกครั้งในปี 2568 จากการพัฒนาแผนธุรกิจ มาเป็นการจับคู่พี่เลี้ยงผู้เชี่ยวชาญลงมือแก้ปัญหาคอขวดเฉพาะจุดของแต่ละกิจการโดยตรง

แนวทาง

โครงการบ่มเพาะ (Incubation Program)

แต่ละปีเปิดรับสมัคร 15-20 ทีม เริ่มจากเวิร์กช็อปปูพื้นฐานเรื่องโมเดลธุรกิจ เป้าหมายผลกระทบ และทักษะการนำเสนอ จากนั้นคัดเหลือ 7-10 ทีมเข้ารอบแรก รับทุนตั้งต้นสูงสุด 80,000 บาทต่อทีม เพื่อทดลองตลาดจริงเป็นเวลา 3 เดือน พร้อมคำแนะนำเรื่องแผนธุรกิจ การเงินเบื้องต้น และการตลาด ก่อนคัดทีมที่มีผลงานโดดเด่นที่สุด 3-5 ทีมเข้าสู่รอบสุดท้าย รับทุนเพิ่มอีกสูงสุด 250,000 บาท พร้อมพี่เลี้ยงมืออาชีพประกบใกล้ชิดต่ออีก 4-6 เดือน ครอบคลุมเรื่องการวัดผลกระทบทางสังคมและบัญชีพื้นฐาน

โครงการเร่งการเติบโต (Acceleration Program)

ปี 2565-2567 ใช้รูปแบบคัดเลือกกิจการที่มีรายได้อย่างน้อย 1 ล้านบาทต่อปี หรือมีหลักฐานยอดขายที่พิสูจน์ได้ว่าธุรกิจไปต่อได้ เข้าสู่กระบวนการพัฒนาแผนธุรกิจ 3 เดือน ก่อนจบด้วยงาน showcase นำเสนอต่อแหล่งทุนและพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ตั้งแต่ปี 2568 ปรับรูปแบบใหม่เป็นการจับคู่พี่เลี้ยงผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ทำงานแก้ปัญหาคอขวดของแต่ละกิจการโดยตรงเป็นเวลา 3 เดือน ผ่านการประเมินความต้องการเชิงลึกและติดตามผลทุกสองสัปดาห์

ผลกระทบ

ตัวเลขสะสมตลอด 14 ปีของโครงการบ่มเพาะ และผลลัพธ์เบื้องต้นจากโครงการเร่งการเติบโต

โครงการบ่มเพาะ ตั้งแต่ปี 2554
14 รุ่น
Champions ที่ผ่านการบ่มเพาะสะสมทั้งหมด
123 ทีม
สัดส่วน Champions ที่ยังดำเนินกิจการเพื่อสังคมอยู่ อย่างน้อย 3 ปีหลังจบโครงการ
80 %
Champions ที่มีกำไรสุทธิเป็นบวกต่อเนื่อง 2 ปี (พึ่งพาตนเองทางการเงินได้)
49 %
ผู้ได้รับผลกระทบเชิงบวกจากผลงานของ Champions ตลอดช่วงดำเนินโครงการ
1.4 ล้านคน
กิจการที่เข้าร่วมโครงการเร่งการเติบโตรูปแบบพัฒนาแผนธุรกิจ (2565-2567)
17 กิจการ
กิจการนำร่องโครงการเร่งการเติบโตรูปแบบพี่เลี้ยงเชิงลึก (2568)
3 กิจการ
พี่เลี้ยงมืออาชีพที่ร่วมสนับสนุน Champions ตลอดประวัติศาสตร์โครงการ
100+ คน

ตัวเลขผลกระทบข้างต้นเป็นข้อมูลสะสมจากรายงานประเมินผลกระทบทางสังคม (Social Impact Assessment) ของโครงการ 3 ฉบับ คือปี 2560 (ครอบคลุมรุ่น 1-6), ปี 2566 (ครอบคลุมรุ่น 1-11) และปี 2569 (ครอบคลุมรุ่น 1-14 รวมโครงการเร่งการเติบโต) ซึ่งแต่ละฉบับใช้วิธีสำรวจศิษย์เก่าเพิ่มเติมจากรุ่นที่ยังไม่เคยถูกสำรวจ แล้วนำมาประมวลรวมกับผลสำรวจฉบับก่อนหน้า

ผลกระทบจากผลงานของ Champions เองถูกจัดกลุ่มเป็น 7 ด้านหลัก ได้แก่ การศึกษา เกษตรกรรม สุขภาพ สิ่งแวดล้อม การสร้างอาชีพ การเงิน และองค์กรตัวกลาง/อาสาสมัคร (ปรับปรุงจากกรอบเดิม 6 ด้านที่ใช้ในรายงานปี 2560 คือ การดำรงชีพ การศึกษา สิ่งแวดล้อม จิตวิทยา สุขภาพ และผู้พิการ)

หมายเหตุด้านข้อมูล: อัตราการอยู่รอด (survival rate) ของแต่ละรายงานวัดจากกลุ่มตัวอย่างและช่วงเวลาที่ต่างกัน (รายงานปี 2560 วัดจาก 51 จาก 61 Champions รุ่น 1-6; ปี 2566 วัดจาก 99 Champions รุ่น 1-11 ทั้งหมด; ปี 2569 วัดจาก 123 Champions รุ่น 1-14 ทั้งหมด) ตัวเลข "ผู้ได้รับผลกระทบ 1.4 ล้านคน" ปรากฏเท่ากันทั้งในรายงานปี 2566 และ 2569 จึงอาจเป็นตัวเลขสะสมที่ไม่ได้นับซ้ำใหม่ทุกรอบรายงาน ควรตรวจสอบกับ ChangeFusion ก่อนนำไปอ้างอิงต่อว่าตัวเลขนี้ครอบคลุมผลงานของรุ่น 12-14 แล้วหรือไม่

Champions ที่ผ่านเข้ารอบทุนที่สองมีอัตราการอยู่รอดและความยั่งยืนทางการเงินสูงกว่ากลุ่มที่หยุดอยู่แค่รอบแรกอย่างสม่ำเสมอในทุกรายงาน (ปี 2569: อยู่รอด 86% เทียบกับ 75%; ยั่งยืนทางการเงิน 60% เทียบกับ 36%) สะท้อนว่าการสนับสนุนที่เข้มข้นและต่อเนื่องกว่าส่งผลต่ออัตราความสำเร็จอย่างมีนัยสำคัญ

ความร่วมมือ

บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)

ผู้ให้ทุนสนับสนุนหลักของโครงการในฐานะ CSR เรือธง ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบัน ครอบคลุมทั้งทุนตั้งต้นให้ Champions และค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการ

ChangeFusion

ผู้ออกแบบและดำเนินโครงการหลัก รับผิดชอบกระบวนการคัดเลือก การพัฒนาหลักสูตร การจับคู่พี่เลี้ยง และการประเมินผลกระทบตลอด 14 ปี

Ma:D

ผู้ร่วมประสานโครงการตั้งแต่ปี 2558 มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงศิษย์เก่าให้กลายเป็นชุมชนกิจการเพื่อสังคมที่ยังคงแลกเปลี่ยนและสนับสนุนกันจนถึงทุกวันนี้

เครือข่ายพี่เลี้ยงมืออาชีพ

ผู้เชี่ยวชาญกว่า 100 คนจากหลากหลายสายอาชีพที่ร่วมให้คำปรึกษา Champions ตลอดประวัติศาสตร์โครงการ บางส่วนยังคงกลับมาเป็นพี่เลี้ยงในโครงการเร่งการเติบโตต่อเนื่องถึงปัจจุบัน

ภาคีในระบบนิเวศกิจการเพื่อสังคม

หน่วยงานและองค์กรที่ทำงานด้านกิจการเพื่อสังคมในไทย เช่น สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม สมาคมธุรกิจเพื่อสังคม (SE Thailand) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA), SET Social Impact, Ashoka Thailand และ G-Lab ซึ่งยอมรับ BC4C ว่าเป็นหนึ่งในโครงการบ่มเพาะกิจการเพื่อสังคมที่ดำเนินการต่อเนื่องยาวนานที่สุดของประเทศ

ก้าวต่อไป

ต่อยอดจากบทเรียน 14 ปี สู่การสนับสนุนที่ตรงจุดและวัดผลได้ชัดเจนขึ้น

โครงการวางแผนขยายแนวทาง 3 เรื่องหลักในระยะถัดไป ตามข้อเสนอแนะจากรายงานประเมินผลกระทบปี 2569

ดึงศิษย์เก่ามาเป็นพี่เลี้ยงอย่างเป็นระบบมากขึ้น

เครือข่ายศิษย์เก่ากว่า 100 กิจการที่สะสมมา 14 รุ่น คือสินทรัพย์ที่มีคุณค่าที่สุดของโครงการ การจัดระบบให้ศิษย์เก่าที่มีประสบการณ์ตรงกลับมาเป็นพี่เลี้ยงให้รุ่นน้องอย่างเป็นทางการมากขึ้น จะช่วยให้คำแนะนำสอดคล้องกับบริบทจริงของกิจการเพื่อสังคมมากกว่าที่ปรึกษาทั่วไป

จัดกลุ่มผลกระทบและตัวชี้วัดร่วม

จากการวิเคราะห์ 14 รุ่น เริ่มเห็นกลุ่มก้อนของ Champions ที่ทำงานในประเด็นผลกระทบใกล้เคียงกันชัดเจนขึ้น การพัฒนาตัวชี้วัดร่วมในแต่ละกลุ่มประเด็นจะช่วยให้เทียบเคียงผลลัพธ์ระหว่างกิจการได้ดีขึ้น และเป็นจุดอ้างอิงให้รุ่นถัดไปวางเป้าหมายผลกระทบได้ชัดเจนตั้งแต่ต้น

ขยายรูปแบบพี่เลี้ยงเชิงลึกของโครงการเร่งการเติบโต

จากบทเรียนของ 3 กิจการนำร่องปี 2568 ที่ได้ผลลัพธ์ดีจากการจับคู่พี่เลี้ยงเชิงลึกเฉพาะจุด โครงการมีแผนขยายรูปแบบนี้ไปสู่ศิษย์เก่ากลุ่มอื่น ๆ พร้อมพัฒนากระบวนการคัดเลือกพี่เลี้ยง การปฐมนิเทศ และการทบทวนเป้าหมายระหว่างทางให้เป็นระบบมากขึ้น

บันทึกความคืบหน้า

28 รายการ

ทุกรายการที่ทีมพื้นที่บันทึกไว้ เรียงจากล่าสุด

1 ก.ค. 2568
วิธีการ กิจกรรมผลลัพธ์

Plearnprai Organic: จับคู่พี่เลี้ยงด้านแบรนด์ให้เกษตรอินทรีย์ชัยภูมิเข้าถึงลูกค้าใหม่

หนึ่งในสามกิจการนำร่องปี 2568 ของโครงการเร่งการเติบโตรูปแบบใหม่ จับคู่กับพี่เลี้ยงผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์แบรนด์และการตลาด เพื่อขยายฐานลูกค้าจากเดิมที่พึ่งพาการตลาดแบบปากต่อปาก

แสดง 12 จาก 28
สำหรับคุณ

เราช่วยอะไร
คุณได้บ้าง

เลือกคำถามที่ตรงกับบทบาทของคุณ คำตอบสรุปจากบันทึกการทำงานจริงของเรา และคุยต่อกับทีมงานได้จากทุกการ์ด

ผู้ให้ทุนและนักลงทุน มูลนิธิ บริษัท (CSR/ESG) นักลงทุนเพื่อสังคม

งานนี้สร้างการเปลี่ยนแปลงอะไร และรู้ได้อย่างไรว่าได้ผล?

BC4C บ่มเพาะ 123 ทีม โดย 80% ยังทำกิจการอย่างน้อย 3 ปีหลังจบโครงการ และ 49% ของผู้ตอบแบบสำรวจมีกำไรสุทธิบวกต่อเนื่อง 2 ปี

สรุปโดย AI จาก 28 อัปเดต · ปรับปรุงล่าสุด 24 ก.ย. 2569

องค์กรเพื่อสังคม มูลนิธิ สมาคม กิจการเพื่อสังคม

งานนี้ทำอย่างไร และได้บทเรียนอะไรที่นำไปใช้ต่อได้?

เราเริ่มจากทุนตั้งต้น การทดลองตลาด และความรู้ธุรกิจ ก่อนต่อยอดด้วยพี่เลี้ยงตามคอขวดของกิจการ บทเรียนคือการทำแผนอย่างเดียวไม่พอ หากยังขาดการลงมือทำและแหล่งทุน

สรุปโดย AI จาก 28 อัปเดต · ปรับปรุงล่าสุด 24 ก.ย. 2569

หน่วยงานท้องถิ่น บันทึกยังไม่ครบ อบต. เทศบาล อบจ. หน่วยงานรัฐในพื้นที่

แนวทางนี้เหมาะกับพื้นที่แบบไหน และต้องมีอะไรบ้างจึงจะเริ่มในพื้นที่ของเราได้?

BC4C ทำงานกับกิจการเพื่อสังคมในหลายบริบท โดยใช้การบ่มเพาะและพี่เลี้ยงตามโจทย์ของแต่ละกิจการ เรายังไม่ได้บันทึกเกณฑ์เลือกพื้นที่หรือแนวทางเริ่มโครงการในพื้นที่ใหม่

สรุปโดย AI จาก 28 อัปเดต · ปรับปรุงล่าสุด 24 ก.ย. 2569

คนทำงานในพื้นที่ ครู ผู้นำชุมชน องค์กรชุมชน อาสาสมัคร

มีวิธีการหรือเครื่องมืออะไรที่เริ่มใช้ได้เลย?

เราใช้เวิร์กช็อปเรื่องโมเดลธุรกิจและผลกระทบ ทดลองตลาดจริง และจับคู่พี่เลี้ยงเฉพาะด้านตามปัญหาของกิจการ โดยกำหนดเป้าหมายและติดตามความคืบหน้า

สรุปโดย AI จาก 28 อัปเดต · ปรับปรุงล่าสุด 24 ก.ย. 2569

ภาคีเครือข่ายและหน่วยงานสนับสนุน สถาบันวิชาการ เครือข่าย หน่วยงานนโยบาย

งานนี้เชื่อมกับปัญหาเชิงระบบอย่างไร และต้องการความร่วมมือแบบไหน?

BC4C ตอบโจทย์ช่องว่างทุนและความรู้ของกิจการเพื่อสังคม โดยต้องอาศัยทั้งพี่เลี้ยง นักลงทุน ภาคีระบบนิเวศ และช่องทางตลาด เพื่อให้กิจการเติบโตต่อได้

สรุปโดย AI จาก 28 อัปเดต · ปรับปรุงล่าสุด 24 ก.ย. 2569