Banpu Champions for Change (BC4C)
โครงการ CSR เรือธงของบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ดำเนินการโดย ChangeFusion ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2554 บ่มเพาะผู้ประกอบการเพื่อสังคมมาแล้ว 123 ทีมใน 14 รุ่น และตั้งแต่ปี 2565 เดินหน้าเติมช่องว่างเงินทุนให้ศิษย์เก่าเติบโตต่อ ด้วยโครงการเร่งการเติบโต
บ่มเพาะกิจการเพื่อสังคมด้วยทุนตั้งต้นและความรู้ทางธุรกิจ แล้วเดินเคียงข้างต่อจนกว่าจะเติบโตได้ด้วยตัวเอง
จุดเริ่มต้นปี 2554
บ้านปูเชื่อว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนต้องมาพร้อมผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม จึงร่วมกับ ChangeFusion ก่อตั้ง Banpu Champions for Change (BC4C) ขึ้นในปี 2554 เพื่อให้ทุนตั้งต้นและบ่มเพาะคนที่มีไอเดียแก้ปัญหาสังคม ให้พัฒนาไปเป็นกิจการที่ธุรกิจและผลกระทบเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน โครงสร้างทุนสองรอบที่ใช้มาจนถึงปัจจุบันเริ่มเป็นรูปเป็นร่างตั้งแต่รุ่นที่ 3 เป็นต้นมา (รุ่นที่ 1-2 ยังไม่มีการแบ่งทุนเป็นสองรอบ)
ปรับตัวตามบทเรียน 14 ปี
ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา โครงการปรับตัวหลายครั้งตามบทเรียนที่สะสมจากรุ่นก่อนหน้า ปี 2558 ขยายเพดานอายุผู้สมัครจาก 30 ปี เป็น 35 ปี หลังพบว่าผู้สมัครที่มีประสบการณ์ทำงานมาบ้างมีอัตราการอยู่รอดทางธุรกิจสูงกว่ากลุ่มที่เพิ่งเรียนจบ ปีเดียวกันนี้ Ma:D เข้ามารับบทบาทผู้ร่วมประสานโครงการอีกแรงหนึ่งควบคู่กับ ChangeFusion และกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ศิษย์เก่ารวมตัวกันเป็นชุมชนกิจการเพื่อสังคม ปี 2563 โครงการหยุดพักหนึ่งปีจากสถานการณ์โควิด-19 ก่อนกลับมาดำเนินการต่อในปี 2564 ด้วยทุนตั้งต้นที่ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 80,000 บาท และทุนรอบสองเป็น 250,000 บาท
จากบ่มเพาะ สู่การเติบโต
หลังดำเนินโครงการบ่มเพาะมาครบทศวรรษ ทีมงานสังเกตเห็นว่าศิษย์เก่าจำนวนมากเติบโตพ้นช่วงตั้งไข่แล้ว แต่ยังติดอยู่ในช่องว่างเงินทุนขนาดกลาง (missing middle) คือมีรายได้และการเติบโตที่จับต้องได้ แต่ยังเล็กเกินไปสำหรับนักลงทุนสถาบันทั่วไป โครงการเร่งการเติบโต (Acceleration Program) จึงเริ่มขึ้นในปี 2565 เพื่อช่วยเตรียมความพร้อมด้านการเงิน ธรรมาภิบาล และการสื่อสารผลกระทบ ให้กิจการเชื่อมต่อกับแหล่งทุนและพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ก่อนปรับรูปแบบอีกครั้งในปี 2568 จากการพัฒนาแผนธุรกิจ มาเป็นการจับคู่พี่เลี้ยงผู้เชี่ยวชาญลงมือแก้ปัญหาคอขวดเฉพาะจุดของแต่ละกิจการโดยตรง
โครงการบ่มเพาะ (Incubation Program)
แต่ละปีเปิดรับสมัคร 15-20 ทีม เริ่มจากเวิร์กช็อปปูพื้นฐานเรื่องโมเดลธุรกิจ เป้าหมายผลกระทบ และทักษะการนำเสนอ จากนั้นคัดเหลือ 7-10 ทีมเข้ารอบแรก รับทุนตั้งต้นสูงสุด 80,000 บาทต่อทีม เพื่อทดลองตลาดจริงเป็นเวลา 3 เดือน พร้อมคำแนะนำเรื่องแผนธุรกิจ การเงินเบื้องต้น และการตลาด ก่อนคัดทีมที่มีผลงานโดดเด่นที่สุด 3-5 ทีมเข้าสู่รอบสุดท้าย รับทุนเพิ่มอีกสูงสุด 250,000 บาท พร้อมพี่เลี้ยงมืออาชีพประกบใกล้ชิดต่ออีก 4-6 เดือน ครอบคลุมเรื่องการวัดผลกระทบทางสังคมและบัญชีพื้นฐาน
โครงการเร่งการเติบโต (Acceleration Program)
ปี 2565-2567 ใช้รูปแบบคัดเลือกกิจการที่มีรายได้อย่างน้อย 1 ล้านบาทต่อปี หรือมีหลักฐานยอดขายที่พิสูจน์ได้ว่าธุรกิจไปต่อได้ เข้าสู่กระบวนการพัฒนาแผนธุรกิจ 3 เดือน ก่อนจบด้วยงาน showcase นำเสนอต่อแหล่งทุนและพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ตั้งแต่ปี 2568 ปรับรูปแบบใหม่เป็นการจับคู่พี่เลี้ยงผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ทำงานแก้ปัญหาคอขวดของแต่ละกิจการโดยตรงเป็นเวลา 3 เดือน ผ่านการประเมินความต้องการเชิงลึกและติดตามผลทุกสองสัปดาห์
ตัวเลขสะสมตลอด 14 ปีของโครงการบ่มเพาะ และผลลัพธ์เบื้องต้นจากโครงการเร่งการเติบโต
ตัวเลขผลกระทบข้างต้นเป็นข้อมูลสะสมจากรายงานประเมินผลกระทบทางสังคม (Social Impact Assessment) ของโครงการ 3 ฉบับ คือปี 2560 (ครอบคลุมรุ่น 1-6), ปี 2566 (ครอบคลุมรุ่น 1-11) และปี 2569 (ครอบคลุมรุ่น 1-14 รวมโครงการเร่งการเติบโต) ซึ่งแต่ละฉบับใช้วิธีสำรวจศิษย์เก่าเพิ่มเติมจากรุ่นที่ยังไม่เคยถูกสำรวจ แล้วนำมาประมวลรวมกับผลสำรวจฉบับก่อนหน้า
ผลกระทบจากผลงานของ Champions เองถูกจัดกลุ่มเป็น 7 ด้านหลัก ได้แก่ การศึกษา เกษตรกรรม สุขภาพ สิ่งแวดล้อม การสร้างอาชีพ การเงิน และองค์กรตัวกลาง/อาสาสมัคร (ปรับปรุงจากกรอบเดิม 6 ด้านที่ใช้ในรายงานปี 2560 คือ การดำรงชีพ การศึกษา สิ่งแวดล้อม จิตวิทยา สุขภาพ และผู้พิการ)
หมายเหตุด้านข้อมูล: อัตราการอยู่รอด (survival rate) ของแต่ละรายงานวัดจากกลุ่มตัวอย่างและช่วงเวลาที่ต่างกัน (รายงานปี 2560 วัดจาก 51 จาก 61 Champions รุ่น 1-6; ปี 2566 วัดจาก 99 Champions รุ่น 1-11 ทั้งหมด; ปี 2569 วัดจาก 123 Champions รุ่น 1-14 ทั้งหมด) ตัวเลข "ผู้ได้รับผลกระทบ 1.4 ล้านคน" ปรากฏเท่ากันทั้งในรายงานปี 2566 และ 2569 จึงอาจเป็นตัวเลขสะสมที่ไม่ได้นับซ้ำใหม่ทุกรอบรายงาน ควรตรวจสอบกับ ChangeFusion ก่อนนำไปอ้างอิงต่อว่าตัวเลขนี้ครอบคลุมผลงานของรุ่น 12-14 แล้วหรือไม่
Champions ที่ผ่านเข้ารอบทุนที่สองมีอัตราการอยู่รอดและความยั่งยืนทางการเงินสูงกว่ากลุ่มที่หยุดอยู่แค่รอบแรกอย่างสม่ำเสมอในทุกรายงาน (ปี 2569: อยู่รอด 86% เทียบกับ 75%; ยั่งยืนทางการเงิน 60% เทียบกับ 36%) สะท้อนว่าการสนับสนุนที่เข้มข้นและต่อเนื่องกว่าส่งผลต่ออัตราความสำเร็จอย่างมีนัยสำคัญ
บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)
ผู้ให้ทุนสนับสนุนหลักของโครงการในฐานะ CSR เรือธง ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบัน ครอบคลุมทั้งทุนตั้งต้นให้ Champions และค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการ
ChangeFusion
ผู้ออกแบบและดำเนินโครงการหลัก รับผิดชอบกระบวนการคัดเลือก การพัฒนาหลักสูตร การจับคู่พี่เลี้ยง และการประเมินผลกระทบตลอด 14 ปี
Ma:D
ผู้ร่วมประสานโครงการตั้งแต่ปี 2558 มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงศิษย์เก่าให้กลายเป็นชุมชนกิจการเพื่อสังคมที่ยังคงแลกเปลี่ยนและสนับสนุนกันจนถึงทุกวันนี้
เครือข่ายพี่เลี้ยงมืออาชีพ
ผู้เชี่ยวชาญกว่า 100 คนจากหลากหลายสายอาชีพที่ร่วมให้คำปรึกษา Champions ตลอดประวัติศาสตร์โครงการ บางส่วนยังคงกลับมาเป็นพี่เลี้ยงในโครงการเร่งการเติบโตต่อเนื่องถึงปัจจุบัน
ภาคีในระบบนิเวศกิจการเพื่อสังคม
หน่วยงานและองค์กรที่ทำงานด้านกิจการเพื่อสังคมในไทย เช่น สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม สมาคมธุรกิจเพื่อสังคม (SE Thailand) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA), SET Social Impact, Ashoka Thailand และ G-Lab ซึ่งยอมรับ BC4C ว่าเป็นหนึ่งในโครงการบ่มเพาะกิจการเพื่อสังคมที่ดำเนินการต่อเนื่องยาวนานที่สุดของประเทศ
ต่อยอดจากบทเรียน 14 ปี สู่การสนับสนุนที่ตรงจุดและวัดผลได้ชัดเจนขึ้น
โครงการวางแผนขยายแนวทาง 3 เรื่องหลักในระยะถัดไป ตามข้อเสนอแนะจากรายงานประเมินผลกระทบปี 2569
ดึงศิษย์เก่ามาเป็นพี่เลี้ยงอย่างเป็นระบบมากขึ้น
เครือข่ายศิษย์เก่ากว่า 100 กิจการที่สะสมมา 14 รุ่น คือสินทรัพย์ที่มีคุณค่าที่สุดของโครงการ การจัดระบบให้ศิษย์เก่าที่มีประสบการณ์ตรงกลับมาเป็นพี่เลี้ยงให้รุ่นน้องอย่างเป็นทางการมากขึ้น จะช่วยให้คำแนะนำสอดคล้องกับบริบทจริงของกิจการเพื่อสังคมมากกว่าที่ปรึกษาทั่วไป
จัดกลุ่มผลกระทบและตัวชี้วัดร่วม
จากการวิเคราะห์ 14 รุ่น เริ่มเห็นกลุ่มก้อนของ Champions ที่ทำงานในประเด็นผลกระทบใกล้เคียงกันชัดเจนขึ้น การพัฒนาตัวชี้วัดร่วมในแต่ละกลุ่มประเด็นจะช่วยให้เทียบเคียงผลลัพธ์ระหว่างกิจการได้ดีขึ้น และเป็นจุดอ้างอิงให้รุ่นถัดไปวางเป้าหมายผลกระทบได้ชัดเจนตั้งแต่ต้น
ขยายรูปแบบพี่เลี้ยงเชิงลึกของโครงการเร่งการเติบโต
จากบทเรียนของ 3 กิจการนำร่องปี 2568 ที่ได้ผลลัพธ์ดีจากการจับคู่พี่เลี้ยงเชิงลึกเฉพาะจุด โครงการมีแผนขยายรูปแบบนี้ไปสู่ศิษย์เก่ากลุ่มอื่น ๆ พร้อมพัฒนากระบวนการคัดเลือกพี่เลี้ยง การปฐมนิเทศ และการทบทวนเป้าหมายระหว่างทางให้เป็นระบบมากขึ้น
28 รายการ
ทุกรายการที่ทีมพื้นที่บันทึกไว้ เรียงจากล่าสุด
เราช่วยอะไร
คุณได้บ้าง
เลือกคำถามที่ตรงกับบทบาทของคุณ คำตอบสรุปจากบันทึกการทำงานจริงของเรา และคุยต่อกับทีมงานได้จากทุกการ์ด
งานนี้สร้างการเปลี่ยนแปลงอะไร และรู้ได้อย่างไรว่าได้ผล?
BC4C บ่มเพาะ 123 ทีม โดย 80% ยังทำกิจการอย่างน้อย 3 ปีหลังจบโครงการ และ 49% ของผู้ตอบแบบสำรวจมีกำไรสุทธิบวกต่อเนื่อง 2 ปี
เราใช้ทั้งการติดตามผลและรายงานประเมินผลกระทบเพื่อดูความเปลี่ยนแปลงของกิจการที่ผ่านโครงการบ่มเพาะ 14 รุ่น ตั้งแต่ปี 2554 ถึง 2568 มี Champions 123 ทีม โดย 80% ยังคงดำเนินกิจการอย่างน้อย 3 ปีหลังจบโครงการ และ 49% ของผู้ตอบแบบสำรวจมีกำไรสุทธิเป็นบวกต่อเนื่อง 2 ปี อัปเดต14 ปี 123 Champions 1.4 ล้านชีวิต: ภาพรวมผลกระทบของ BC4C
ผลงานของ Champions เข้าถึงผู้คนรวมกันมากกว่า 1.4 ล้านคน และครอบคลุม 7 ด้าน ได้แก่ การศึกษา เกษตรกรรม สุขภาพ สิ่งแวดล้อม การสร้างอาชีพ การเงิน และองค์กรตัวกลาง/อาสาสมัคร อัปเดต14 ปี 123 Champions 1.4 ล้านชีวิต: ภาพรวมผลกระทบของ BC4C ตั้งแต่ปี 2565 โครงการเร่งการเติบโตสนับสนุนกิจการรวม 20 ราย ทั้งรูปแบบพัฒนาแผนธุรกิจและพี่เลี้ยงเชิงลึก อัปเดต14 ปี 123 Champions 1.4 ล้านชีวิต: ภาพรวมผลกระทบของ BC4C
การประเมินยังพบว่า Champions ที่ผ่านเข้ารอบทุนที่สองมีอัตราการอยู่รอดและความยั่งยืนทางการเงินสูงกว่ากลุ่มที่หยุดในรอบแรกอย่างต่อเนื่อง โดยรายงานปี 2569 พบอัตราอยู่รอด 86% เทียบกับ 75% และความยั่งยืนทางการเงิน 60% เทียบกับ 36% อัปเดตทุนรอบสองสร้างความต่าง: อัตราการอยู่รอดและความยั่งยืนทางการเงินที่สูงกว่าอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม รายงานแต่ละฉบับใช้กลุ่มตัวอย่างและช่วงเวลาต่างกัน และตัวเลขผู้ได้รับผลกระทบ 1.4 ล้านคนอาจไม่ได้คำนวณใหม่ในทุกรอบ จึงควรระวังเมื่อนำไปเปรียบเทียบหรืออ้างว่าเป็นผลจากโครงการเพียงอย่างเดียว โครงการนี้
งานนี้ทำอย่างไร และได้บทเรียนอะไรที่นำไปใช้ต่อได้?
เราเริ่มจากทุนตั้งต้น การทดลองตลาด และความรู้ธุรกิจ ก่อนต่อยอดด้วยพี่เลี้ยงตามคอขวดของกิจการ บทเรียนคือการทำแผนอย่างเดียวไม่พอ หากยังขาดการลงมือทำและแหล่งทุน
เราออกแบบ BC4C ให้สนับสนุนกิจการตามช่วงการเติบโต เริ่มจากเวิร์กช็อปเรื่องโมเดลธุรกิจ เป้าหมายผลกระทบ และการนำเสนอ จากนั้นทีมที่ผ่านการคัดเลือกได้รับทุนตั้งต้นเพื่อทดลองตลาดจริง พร้อมคำแนะนำด้านแผนธุรกิจ การเงิน และการตลาด ก่อนมีทุนรอบสองและพี่เลี้ยงมืออาชีพสำหรับทีมที่ผลงานโดดเด่น โครงการนี้
เมื่อศิษย์เก่าพ้นช่วงตั้งไข่ เราเริ่มโครงการเร่งการเติบโตในปี 2565 โดยใช้การพัฒนาแผนธุรกิจและเวทีนำเสนอต่อแหล่งทุนกับพันธมิตร อัปเดตเปิดตัวโครงการเร่งการเติบโต เพื่อเติมช่องว่างเงินทุนขนาดกลาง บทเรียนจาก 3 ปีแรกคือกิจการวางแผนได้ชัดขึ้น แต่ยังเชื่อมต่อแหล่งทุนได้ไม่ดี และบางแห่งติดข้อจำกัดในการนำแผนไปทำจริง อัปเดตสามปีแรกของโครงการเร่งการเติบโต: แผนธุรกิจชัดเจนขึ้น แต่ยังไปไม่ถึงเงินทุน
ปี 2568 เราจึงเปลี่ยนเป็นประเมินความต้องการเชิงลึก จับคู่พี่เลี้ยงเฉพาะทางเพื่อแก้คอขวดของแต่ละกิจการ และติดตามผลทุกสองสัปดาห์ตลอด 3 เดือน อัปเดตออกแบบโครงการเร่งการเติบโตใหม่: จากแผนธุรกิจ สู่พี่เลี้ยงลงมือจริง บทเรียนจากการนำร่องยังชี้ว่าการโค้ชควรลงมือให้เห็นจริง มีการพบปะและทบทวนเป้าหมายระหว่างทาง ไม่ใช่ส่งเครื่องมือหรือเอกสารเพียงอย่างเดียว อัปเดตบทเรียนล่าสุด: จากเครือข่ายศิษย์เก่า สู่กลุ่มผลกระทบเชิงประเด็นและพี่เลี้ยงเชิงลึก
แนวทางนี้เหมาะกับพื้นที่แบบไหน และต้องมีอะไรบ้างจึงจะเริ่มในพื้นที่ของเราได้?
BC4C ทำงานกับกิจการเพื่อสังคมในหลายบริบท โดยใช้การบ่มเพาะและพี่เลี้ยงตามโจทย์ของแต่ละกิจการ เรายังไม่ได้บันทึกเกณฑ์เลือกพื้นที่หรือแนวทางเริ่มโครงการในพื้นที่ใหม่
BC4C สนับสนุนกิจการเพื่อสังคมที่ต้องพัฒนาทั้งธุรกิจและผลกระทบทางสังคม โดยรูปแบบที่ใช้มีทั้งการบ่มเพาะช่วงเริ่มต้นและการเร่งการเติบโตสำหรับกิจการที่ผ่านช่วงตั้งไข่แล้ว โครงการนี้ ตัวอย่างกิจการที่เล่าถึงมีบริบทต่างกัน เช่น Plearnprai Organic ซึ่งสนับสนุนเกษตรกรอินทรีย์ในจังหวัดชัยภูมิ และกิจการนำร่องอื่นที่มีโจทย์ด้านการตลาดหรือการเงิน อัปเดตPlearnprai Organic: จับคู่พี่เลี้ยงด้านแบรนด์ให้เกษตรอินทรีย์ชัยภูมิเข้าถึงลูกค้าใหม่ Updates ของเรายังกล่าวถึงการดำเนินงานในบริบททั่วประเทศและกรุงเทพมหานครด้วย อัปเดตBNC Group: เสริมกลยุทธ์การตลาดออนไลน์เพื่อเข้าถึงบุตรหลานผู้สูงวัย อัปเดตออกแบบโครงการเร่งการเติบโตใหม่: จากแผนธุรกิจ สู่พี่เลี้ยงลงมือจริง
วิธีทำงานที่บันทึกไว้เริ่มจากประเมินความต้องการและกำหนดเป้าหมายของกิจการ ก่อนจับคู่ผู้เชี่ยวชาญที่ตรงกับโจทย์ แล้วทำงานร่วมกัน 3 เดือนและติดตามผลทุกสองสัปดาห์ อัปเดตออกแบบโครงการเร่งการเติบโตใหม่: จากแผนธุรกิจ สู่พี่เลี้ยงลงมือจริง การสนับสนุนลักษณะนี้อาศัยเครือข่ายพี่เลี้ยงและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โครงการนี้
เรายังไม่ได้บันทึกเกณฑ์ว่าพื้นที่แบบใดเหมาะที่สุด หรือขั้นตอนและทรัพยากรสำหรับเริ่มทำรูปแบบนี้ในพื้นที่ใหม่
มีวิธีการหรือเครื่องมืออะไรที่เริ่มใช้ได้เลย?
เราใช้เวิร์กช็อปเรื่องโมเดลธุรกิจและผลกระทบ ทดลองตลาดจริง และจับคู่พี่เลี้ยงเฉพาะด้านตามปัญหาของกิจการ โดยกำหนดเป้าหมายและติดตามความคืบหน้า
เครื่องมือที่เราใช้กับกิจการช่วงเริ่มต้นมีทั้งเวิร์กช็อปปูพื้นฐานเรื่องโมเดลธุรกิจ เป้าหมายผลกระทบ และทักษะการนำเสนอ จากนั้นทีมที่ผ่านการคัดเลือกจะทดลองตลาดจริง พร้อมคำแนะนำเรื่องแผนธุรกิจ การเงินเบื้องต้น และการตลาด โครงการนี้
สำหรับกิจการที่ต้องการเติบโตต่อ เราเริ่มจากประเมินความต้องการเชิงลึก เพื่อระบุคอขวดและตกลงเป้าหมายกับกิจการ แล้วจับคู่พี่เลี้ยงที่มีความเชี่ยวชาญตรงโจทย์ ทำงานร่วมกัน 3 เดือน พร้อมติดตามผลทุกสองสัปดาห์ อัปเดตออกแบบโครงการเร่งการเติบโตใหม่: จากแผนธุรกิจ สู่พี่เลี้ยงลงมือจริง ตัวอย่างเช่น Plearnprai Organic จับคู่พี่เลี้ยงด้านกลยุทธ์แบรนด์และการตลาด ส่วนอัตลักษณ์ทำงานกับทีมผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชี ภาษี และกฎหมาย อัปเดตPlearnprai Organic: จับคู่พี่เลี้ยงด้านแบรนด์ให้เกษตรอินทรีย์ชัยภูมิเข้าถึงลูกค้าใหม่ อัปเดตอัตลักษณ์: วางระบบบัญชีการเงินให้แข็งแรงพอสำหรับการเติบโตระยะยาว
บทเรียนจากรูปแบบใหม่นี้คือการช่วยเหลือควรลงมือแก้ปัญหาจริง ไม่ใช่ให้เพียงกรอบหรือเครื่องมือ และควรมีการพบปะตั้งแต่ต้น ลงพื้นที่ตามความจำเป็น และทบทวนเป้าหมายระหว่างทาง อัปเดตบทเรียนล่าสุด: จากเครือข่ายศิษย์เก่า สู่กลุ่มผลกระทบเชิงประเด็นและพี่เลี้ยงเชิงลึก
งานนี้เชื่อมกับปัญหาเชิงระบบอย่างไร และต้องการความร่วมมือแบบไหน?
BC4C ตอบโจทย์ช่องว่างทุนและความรู้ของกิจการเพื่อสังคม โดยต้องอาศัยทั้งพี่เลี้ยง นักลงทุน ภาคีระบบนิเวศ และช่องทางตลาด เพื่อให้กิจการเติบโตต่อได้
กิจการเพื่อสังคมต้องทำให้เป้าหมายทางธุรกิจและเป้าหมายทางสังคมเดินไปด้วยกัน แต่ช่วงเริ่มต้นมักขาดทุนตั้งต้น ความรู้ธุรกิจ และพี่เลี้ยง ส่วนกิจการที่โตขึ้นยังติดช่องว่างเงินทุนขนาดกลาง ซึ่งทุนตั้งต้นและนักลงทุนสถาบันต่างก็อาจไม่ตอบโจทย์ ประเด็นการบ่มเพาะกิจการเพื่อสังคม BC4C จึงขยายจากการบ่มเพาะไปสู่การเร่งการเติบโตของศิษย์เก่า โครงการนี้
บทเรียนจากโครงการเร่งการเติบโตช่วงปี 2565-2567 คือ แม้กิจการจะพัฒนาแผนธุรกิจได้ชัดขึ้น แต่ยังเชื่อมต่อแหล่งทุนได้ไม่ดี และมีบางแห่งที่ทำตามแผนได้ยาก อัปเดตสามปีแรกของโครงการเร่งการเติบโต: แผนธุรกิจชัดเจนขึ้น แต่ยังไปไม่ถึงเงินทุน เราจึงปรับรูปแบบในปี 2568 ให้พี่เลี้ยงผู้เชี่ยวชาญทำงานกับคอขวดเฉพาะของแต่ละกิจการ อัปเดตออกแบบโครงการเร่งการเติบโตใหม่: จากแผนธุรกิจ สู่พี่เลี้ยงลงมือจริง
ความร่วมมือที่โครงการมองหา ได้แก่ พี่เลี้ยงและผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน การตลาด ปฏิบัติการ และกฎหมาย พันธมิตรเงินทุนและนักลงทุนสำหรับกิจการระยะเติบโต องค์กรที่ร่วมออกแบบ CSR เชิงกลยุทธ์ ภาคีระบบนิเวศ ตลอดจนช่องทางตลาดและสื่อที่ช่วยให้กิจการเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น ประเด็นการบ่มเพาะกิจการเพื่อสังคม
